หมวด สุขภาพ » กระทู้ที่ 581062
อันตรายของ 'ยาแก้ปวด' ตับหายไม่รู้ตัว

ดูข้อมูลคนนี้ ส่งข้อความ
vivov9

11/10/2018
15:15:19
223.24.190.226


เชื่อว่า พาราเซตามอล หรือ ยาแก้ปวด คงเป็นยาสามัญประจำบ้านของเกือบทุกบ้าน เผลอๆ ยังเป็นไอเทมคู่กายของหนุ่ม-สาวทำงานในยุคนี้ ที่พอปวดหัวนิดหน่อยก็คว้าขึ้นมารับประทานทันที
กลุ่มยาแก้ปวดไม่ว่าจะเป็น พาราเซตามอล หรือ แอสไพริน ต่างก็เอาไว้ใช้รักษา-บรรเทาอาการปวด ซึ่งอาการปวดนั้นก็มีหลายแบบ อาทิ ปวดหัว ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก ปวดท้อง ปวดข้อ และปวดหลัง คนวัยทำงานถึงได้หยิบออกมารับประทานเพื่อบรรเทาอาการอยู่บ่อยครั้ง

แต่ก่อนที่ตับของคุณจะพังไปมากกว่านี้ ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ อยากจะนำเสนอข้อควรระวังเกี่ยวกับการรับประทานยาแก้ปวด รวมถึงข้อห้ามต่างๆ ที่คุณควรรู้ เริ่มต้นที่...

ยาแก้ปวดมีกี่ประเภท?
อันที่จริงแล้วยาแก้ปวดนั้นมีหลายประเภท แต่ที่เราเห็นจำหน่ายอยู่ทั่วไปนั้นจะเป็น พาราเซตามอล ซึ่งถือว่าเป็นยาสามัญประจำบ้าน หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีกลุ่มยาแก้ปวดที่ต้านการอักเสบ และกลุ่มยาแก้ปวดชนิดเสพติด
การรับประทานยาแก้ปวด
อาการปวดบางชนิดสามารถหายได้เองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องรับประทานยา เพียงแค่พักผ่อนให้เพียงพอร่างกายก็จะขับของเสียออกไป แต่ในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรรับประทานยาแก้ปวดให้ห่างกัน 6 ชั่วโมง และไม่รับประทานติดต่อกันเกิน 7 วันเป็นอันขาด

ส่วนปริมาณในการรับประทานให้ดูจากน้ำหนักตัว ซึ่งไม่ควรได้รับเกิน 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ดังนั้นสามารถคำนวณได้ว่า หากคุณมีน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ก็ไม่ควรได้รับยาเกิน 750 มิลลิกรัม ปัจจุบันยา 1 เม็ดมักจะมี 500 มิลลิกรัม นั่นแปลว่าหากรับประทาน 2 เม็ด อาจจะเกินขนาดไปสักหน่อย (ขึ้นอยู่กับอาการด้วย)

ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาแก้ปวด
สำหรับผู้ที่รับประทานยาแก้ปวดติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลให้เป็นพิษต่อตับ เพราะตับจะทำงานหนักจนเกินไป ทั้งยังส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะและลำไส้ รวมถึงกระตุ้นให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตเกิดความดันโลหิตสูงขึ้นไปอีก

ข้อควรระวังในการรับประทานยาแก้ปวด
- ห้ามรับประทานเกินวันละ 8 เม็ด เพราะจะทำให้ตับของเราทำงานหนักเกินไป

- ในกรณีของผู้ที่มีโรคประจำตัวควรต้องระมัดระวังการใช้ยาแก้ปวด ควรปรึกษาแพทย์ว่ารับประทานได้ไหม

- ห้ามรับประทานร่วมกับแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดภาวะตับล้มเหลวได้

ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาแก้ปวด

- ห้ามรับประทานร่วมกับยารักษาโรคลมชักโดยเด็ดขาด เพราะจะเป็นการไปเพิ่มการเป็นพิษต่อตับ
การรับประทานยาแก้ปวดถือว่าเป็นการรักษาอาการที่ปลายเหตุ เราควรเริ่มต้นดูแลสุขภาพด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เท่านี้ก็ไม่ต้องคอยพึ่งยาแก้ปวดแล้วจ้า.

-----------------------------------------------------

Gclub ทีเด็ดบอลวันนี้ อย่าลืมสมัครสมาชิกจีคลับกันนะค่ะ
ช่องทาง สมัครจีคลับ วันนี้

www.gclub-casino24hour.com

www.gclubsbobetth.com


บอร์กโดซ์ รอง เสมอ-10
โอลิมเปียกอส ต่อ 0/0.5
อาร์เซน่อล ต่อ 2.5


Gclub สมัครสมาชิกจีคลับ


ลูกค้าสมัครใหม่ เพิ่มโบนัส 50%
แนะนำเพื่อนมาสมัคร รับ 20%
คืนยอดเสีย 10% ทุกเดือน
เว็บหวยลดสูงสุด 33%
วันเกิดมอบของขวัญพิเศษให้ 1,000 บาท เพราะท่านคือ คนพิเศษสำหรับเรา

ช่องทาง สมัครจีคลับวันนี้

www.gclub-casino24hour.com
www.gclubsbobetth.com

Gclubsbobetth เพลิดเพลินกับหลากหลายช่องทาง บอลออนไลน์ หวยออนไลน์ สล็อตออนไลน์

Gclub sbobet ufabet Ace333 Lsm99 King99
starcasino Slotciti Joke123 168lottothai

สมัครสมาชิกกับเรา GCLUBSBOBETTH ได้ตลอด24ชม.

Line@ : sbg555 (ใส่ @ด้วยนะคะ)
--------------------
@Line ตาม Link ด้านล่างนี้เลย

http://line.me/ti/p/%40zwq7036h


 
แสดงความคิดเห็น
กรุณาล๊อกอินเข้าระบบสมาชิกก่อนค่ะ
ชื่อ ::
E-mail ::
รูป :: ( เฉพาะสมาชิก )
รูปภาพ / วิดีโอ :: ใส่ลิงค์รูปภาพ ใส่วิดีโอ
ไอคอน ::
ข้อความ ::
รหัส :
 
 
 






EMBEDED CODE
 
 
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อแสดงความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ