หมวด ไร้สังกัด » กระทู้ที่ 564733
บอร์ด กสทช.ผ่านฉลุยเน็ตชายขอบ หลังนายกฯเคลียร์หน้าเสื่อ พร้อมแสดงข้อกังขา สตง.ขวางทั้งที่ไม่มีอำนาจ

ดูข้อมูลคนนี้ ส่งข้อความ
tontago

06/09/2017
20:39:24
171.7.187.170


นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด กสทช. เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติให้เดินหน้าโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้านหรือเน็ตชายขอบ โดยอนุมัติให้มีการลงนามใน 8 สัญญา แก่ผู้ประกอบการที่ชนะการประกวดราคา ที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 1-2 สิงหาคมที่ผ่านมา ประกอบด้วย

1. พื้นที่ภาคเหนือ 1 ส่วนที่ 1 (บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง) บริษัท ทรู อินเตอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำนวน 2,812 ล้านบาท
2.พื้นที่ภาคเหนือ 2 ส่วนที่ 1 บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จำนวน 2,103 ล้านบาท
3.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนที่ 1 บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จำนวน 2,492 ล้านบาท
4. พื้นที่ภาคกลาง-ใต้ ส่วนที่ 1 บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,868 ล้านบาท
5. พื้นที่ภาคเหนือ 1 ส่วนที่ 2 (บริการสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,889 ล้านบาท
6. พื้นที่ภาคเหนือ 2 ส่วนที่ 2 บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด จำนวน 786 ล้านบาท
7. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนที่ 2 บริษัท บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำนวน 532 ล้านบาท
8. พื้นที่ภาคกลาง-ใต้ ส่วนที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จำนวน 504 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การลงนามในสัญญาจะมีขึ้นหลังจากที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตอบกลับหนังสือชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ ในโครงการอินเตอร์เน็ตชายขอบ โดย เฉพาะอย่างยิ่งในประเด็น เรื่องอัตราค่าบริการที่ กสทช.กำหนดไว้เดือนละ 200 บาทต่อเดือน ซึ่งกสทช. ได้ชี้แจงไปว่า ได้คำนวณจากสูตรตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่ปัจจุบันเอกชนเข้าถึงพื้นที่ชายขอบในอัตรา 30% แต่ได้คิดอัตราค่าบริการที่ 599 บาท ฉะนั้นเมื่อรัฐสามารถเข้าถึงได้ 70% ค่าบริการจะอยู่ที่ 180 บาท

ส่วนกรณีที่ สตง. ตั้งข้อสงสัยว่าผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลอาจให้บริการในราคาดังกล่าวไม่ได้ ทาง กสทช. ได้ชี้แจงว่าค่าบริการดังกล่าวอยู่ในหลักเกณฑ์การประมูล (ทีโออาร์) หากผู้ชนะการประมูลและให้บริการไม่สามารถดำเนินการได้ก็ควรขอยกเลิกการลงนามในสัญญา เพราะหากลงนามไปแล้วไม่สามารถดำเนินการได้จะโดนปรับตามเงื่อนไขรวมทั้งถูกริบหลักประกันสัญญาด้วยคาดว่า สตง.คงจะมีหนังสือตอบกลับภายในวันที่ 10กันยายนนี้

ส่วนกรณีที่ สตง. ตั้งข้อสังเกตมายัง กสทช.นั้น ทาง กสทช. ได้ชี้แจงข้อสังเกตต่างๆ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(บอร์ดดีอี) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา โดยได้ชี้แจงรายละเอียดต่างๆตามที่สตง.ตั้งข้อสังเกตมาก่อนหน้า และยืนยันสิ่งที่ กสทช.ดำเนินการไปเป็นไปตามกฎหมาย

"กสทช.ยังแจงด้วยว่า เดิมที กสทช. ตั้งเป้าลงนามในสัญญาวันที่ 31 สิงหาคม หากเป็นไปตามกำหนดดังกล่าวการวางโครงข่ายจะครอบคลุม 15% ในเดือนธันวาคม 2560, ครอบคลุม 60% ในเดือน มีนาคม 2561 และ ครอบคลุม 100% ในเดือนกรกฎาคม 2561 ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถลงนามในสัญญาดังกล่าวได้ เนื่องจากต้องรอหนังสือตอบกลับจาก สตง. หาก สตง. ตอบกลับล่าช้าระยะเวลาการวางโครงข่ายก็จะเลื่อนไปตาม"

?ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรี ยังพูดด้วยว่า ฝากดูอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าเป็นหน้าที่ของ สตง. หรือไม่ เหตุใดไม่ไปดูโครงการที่ส่อทุจริตจริงๆ ถ้ามาดูทุกโครงการคงไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไปแล้วว่าภายในปี 2561 ต้องมีโครงข่ายอินเตอร์เน็ตครอบคลุมทุกหมู่บ้านในประเทศไทย ก็ต้องสำเร็จตามนั้นให้ได้? นายฐากร กล่าว
 
แสดงความคิดเห็น
กรุณาล๊อกอินเข้าระบบสมาชิกก่อนค่ะ
ชื่อ ::
E-mail ::
รูป :: ( เฉพาะสมาชิก )
รูปภาพ / วิดีโอ :: ใส่ลิงค์รูปภาพ ใส่วิดีโอ
ไอคอน ::
ข้อความ ::
รหัส :
 
 
 






EMBEDED CODE
 
 
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อแสดงความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ