หมวด การเมือง » กระทู้ที่ 542218
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กษัตริย์นักรบฝีมือฉกาจ แห่งกรุงธนบุรี

ดูข้อมูลคนนี้ ส่งข้อความ
emaginfo

07/08/2015
12:06:42
118.175.253.248


ในปัจจุบันเมืองธนบุรีอาจมีฐานะเป็นเพียงเขตเล็กๆ เขตหนึ่งของกรุงเทพมหานคร แต่ในอดีตพบว่าเมืองธนบุรีมีความสำคัญในฐานะราชธานีของไทยในระหว่างปี พ.ศ.2310 - 2315 แม้ว่าจะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆเพียง 15 ปี แต่ก็นับว่ามีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของชาติไทยเมืองธนบุรีหรือ บางกอกในอดีต คือ ฝั่งธนบุรีในปัจจุบัน ที่อยู่คู่ขนานกับฝั่งพระนคร เดิมทีธนบุรีเคยเป็นราชธานีของไทยมาก่อน แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 15 ปี แต่ก็นับว่ามีเรื่องราวและสถานที่ประวัติศาสตร์ของชาติไทยที่มากโขอยู่เหมือนกันถ้าพูดถึง ฝั่งธนบุรีแล้ว คงแทบจะไม่มีใครที่ไม่นึกถึงภาพอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ลอยมาปะทะในความคิด เพราะพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์หนึ่ง ที่ย้ายราชธานีมาสู่โซนกรุงเทพฯ อย่างปัจจุบันนี้ได้

เรื่องราวเจริญวัยวัฒนา ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระนามเดิมว่า "สิน" มีชื่อจีนว่า ?เซิ้นเซิ้นซิน? พระองค์เป็นลูกของพ่อค้าชาวจีน เกิดในแผ่นดินอยุธยา ต่อมา เจ้าพระยาจักรีผู้มีตำแหน่งสมุหนายกเห็นบุคลิกลักษณะ จึงขอไปเลี้ยงไว้เหมือนบุตรบุญธรรม ตั้งแต่ครั้งยังเยาว์วัย เริ่มต้นการทำงานด้วยการเข้ารับราชการ ณ กรมมหาดไทยที่ศาลหลวงในกรมวัง ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองตากจนได้เป็นพระยาตาก ในเวลาต่อมาพระยาตาดถูกเรียกตัวเข้ามาในกรุงศรีอยุธยา เพื่อแต่งตั้งไปเป็น พระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชรแทนเจ้าเมืองคนเก่าที่ถึงแก่อนิจกรรมลง ครั้นเจริญวัยวัฒนา ก็ได้ไปถวายตัวทำราชการกับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีความดีความชอบจนได้รับเลื่อนหน้าที่ราชการไปเป็นผู้ปกครองหัวหน้าฝ่ายเหนือคือ เมืองตาก และเรียกติดปากมาว่า "พระยาตากสิน"
สมเด็จพระเจ้าตากสินหรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (ตามหนังสือราชการ) เป็นยอดวีรบุตรนักรบ ฝีหัตถ์เยี่ยม ทรหดอดทน กล้าหาญ ไม่กลัวตาย และเป็นผู้ดึงอิสระเสรีของชาติไทยมาจากเงื้อมมือของผู้ช่วงชิงไป

จากพระยาตากสิน สู่ พระเจ้ากรุงธนบุรี
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์มีความสำคัญที่ชาวไทยไม่สามารถจะลืมในพระคุณงามความดีที่ทรงกอบกู้เอกราชเริ่มแต่ทรงตีฝ่าวงล้อมพม่าเมื่อออกจากค่ายวัดพิชัย พร้อมด้วยสมัครพรรคพวกห้าร้อยคน มีอาวุธคือปืนเพียงกระบอกเดียว นอกนั้นเป็นหอกดาบ ก็สามารถตีหักฝ่าวงล้อมพม่าออกไปได้
หรือทรงเข้ายึดเมืองจันทบุรี ก็ถือเป็นการเริ่มต้นของพระองค์ เพราะได้เริ่มประกาศพระองค์ขึ้นเป็นเจ้าคนทั้งปวงเรียกพระนามว่า "เจ้าตากสิน" แต่นั้นมา
พระองค์เริ่มสะสมเสบียงอาหาร อาวุธ กำลังทหาร เพื่อเข้าทำการกอบกู้อิสรภาพ ทรงได้อิสรภาพคืน ที่เรียกว่ากอบกู้อิสระเสรีกรุงศรีอยุธยา เมื่อเตรียมรบพร้อมสรรพและตีได้เมืองธนบุรีแล้ว ได้ขึ้นมาตีพม่าที่ค่ายโพธิสามต้น รบชนะพม่าแตกพ่ายทรงยึดกรุงศรีอยุธยาได้ ข้าราชการได้อัญเชิญเสด็จขึ้นเสวยราชย์ เป็นพระเจ้าอยู่หัวของชาติไทยทรงพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาที่ 4 แต่ขนานนามเรียกแตกต่างเป็นหลายอย่างเช่น ขุนหลวงตากเจ้ากรุงธนบุรี พระเจ้ากรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชครองราชย์สมบัติกรุงธนบุรีได้ 15 ปีเศษ ก็สิ้นพระชนม์มีชนมายุ 48 พรรษา กรุงธนบุรีมีกำหนดอายุกาลได้ 15 ปี ปวงประชา เป็นสุขทั่วหล้า สมัยการปกครองในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
สมเด็จพระเจ้าตากสิน หลังจากที่ได้กอบกู้เอกราชของชาติไทยคืนมาก็ทรงปกครองบ้านเมืองคล้ายคลึงกับพระราโชบายของพ่อขุนรามคำแหง คือ แบบพ่อปกครองลูก พระเจ้าตากสินทรงเป็นกษัตริย์ไทยพระองค์เดียวที่ไม่ถือตัว ชอบปรากฎพระวรกายให้ประชาราษฎรเห็น และชอบถามสารทุกข์สุขดิบของประชาชนทั่วไป ทรงหาวิธีให้ไพร่บ้านพลเมืองได้ทำมาหากินโดยปกติสุข ใครดีก็ยกย่องสรรเสริญ ผู้ใดทำไม่พอพระทัย ก็ดุด่าว่ากล่าวดังพ่อสอนลูก อาจารย์สอนศิษย์ ซึ่งสมกับโคลงยอพระเกียรติของนายสวนมหาดเล็กที่ว่า

พระเดียวบุญลาภเลี้ยง ประชากร
เป็นบิตุรมาดร ทั่วหล้า
เป็นเจ้าและครูสอน สั่งโลก
เป็นสุขทุขถ้วนหน้า นิกรทั้งชายหญิง
ในสมัยของพระองค์นอกจากเกณฑ์ผู้คนเข้ากองทัพไปราชการสงครามแล้ว ความเดือดร้อนอื่นๆ หามีไม่เพราะเป็นพระมหากษัตริย์ทรงทศพิธราชธรรมยิ่งมีพระเมตตาจิตต่อพศกนิกรของพระองค์อย่างทั่วหน้า และ มีพระศรัทธาเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนา
พระองค์ได้ทรงอนุญาตให้ศาสนาลัทธิอื่นเข้ามาเผยแพร่ศาสนาในไทย คือ บาทหลวงฝรั่งเศส แต่ครั้นได้รับสิทธิให้ทำการเผยแพร่ศาสนาของตนแล้ว กลับยุยงให้คนไทยที่เข้ารีดให้ขัดขืนต่อราชการหลายหนเป็นการนำผลร้ายให้แก่ไทย จึงขอทรงให้บาทหลวงคณะนั้นออกไปพ้นพระราชอาณาเขต และทรงห้ามคนไทยมิให้ถือศาสนานั้นอีกเป็นอันขาดในยามรบทัพจับศึก

กษัตริย์นักรบฝีมือเยี่ยม
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเหี้ยมหาญ อดทน สมเป็นชายชาตรีชาตินักรบฝีมือเยี่ยม เมื่อถึงคราวเสียสละพระองค์ก็ยอมตัดสินพระทัยไม่อยู่ดูอาการสมเด็จพระชนนีทรงพระประชวรพระอาการน่าวิตก ทั้งๆ ที่ " เมียร้อยคนหรือจะสู้พระแม่ได้ " แต่ทรงเป็นห่วงราชการสงครามมากกว่าพระราชชนนี ทรงห่วงใยว่า " ถ้ามิได้เสด็จไปบัญชาการ ก็คงจะเอาชนะพม่ามิได้ " ในคราวรบพม่าที่บางแก้ว จังหวัดราชบุรี เมื่อปีมะเมีย พ.ศ. 2317 แล้วทรงปรารภด้วยความน้อยพระทัยว่า " ใช้พวกลูกๆ ไปทำสงครามครั้งใด ถ้าพ่อไม่เข้ากองทัพไปด้วย ไม่เห็นรบชนะศึกสักราย "
ข้อนี้เป็นความจริง สมเด็จพระเจ้าตากสินได้ให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกับเจ้าพระยาสุรสีห์ไปทำสงครามตามลำพัง หลังจากเป็นแม่ทัพไปรบกับพม่าคราวอะแซหวุ่นกี้หัวเมืองฝ่ายเหนือ เมื่อปีมะแม พ.ศ. 2318 และสองท่านนี้เท่านั้น เป็นพระกรขวาซ้ายในราชการสงครามทุกครั้ง และทรงเป็นทหารเอกยอดนักรบคู่พระราชหฤทัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่พสกนิกร ทรงเป็นพระประมุขของชาติ เป็นศูนย์รวมแห่งความจงรักภักดี และทรงเป็นที่เคารพรักเทิดทูนอย่างสูงยิ่งของประชาชนคนไทยทั้งประเทศและในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้กองทัพบกจัดสร้างอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในอิริยาบถทรงยืน ความสูง 13.90 เมตร ขึ้นมา เป็นหนึ่งในอนุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์ ณ ?อุทยานราชภักดิ์? อุทยานที่สร้างขึ้น ด้วยความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นการเทิดทูนและประกาศเกียรติคุณสมเด็จพระมหากษัตริย์แห่งสยาม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ทรงสร้างคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติ อันนำมาสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นปึกแผ่นของชาติไทยตราบจนทุกวันนี้
 
แสดงความคิดเห็น
กรุณาล๊อกอินเข้าระบบสมาชิกก่อนค่ะ
ชื่อ ::
E-mail ::
รูป :: ( เฉพาะสมาชิก )
รูปภาพ / วิดีโอ :: ใส่ลิงค์รูปภาพ ใส่วิดีโอ
ไอคอน ::
ข้อความ ::
รหัส :
 
 
 






EMBEDED CODE
 
 
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อแสดงความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ