หมวด การเมือง » กระทู้ที่ 552701
สุญญากาศ!

ดูข้อมูลคนนี้ ส่งข้อความ
tontago

11/08/2016
20:44:03
171.7.96.73


ฉับพลันที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกมายืนยันยังคงมีความจำเป็นต้องใช้ ม.44 เอาไว้ จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ เพราะยังมีกลุ่มคนเห็นต่างที่สูญเสียประโยชน์จ้องป่วนประเทศอยู่ พร้อมออกโรงปรามนักการเมือง กลุ่มก๊วนการเมืองที่ออกโรงเรียกร้องให้คลายเชือกทั้งหลายว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะออกมาเคลื่อนไหวอะไรตอนนี้

แม้หลายฝ่ายจะเบาใจลงไป เพราะนายกฯก็ประกาศให้คำมั่นจะเร่งคืนอำนาจตามโร้ดแม็พที่ให้ไว้ ยังไงเสียการเลือกตั้งจะต้องมีขึ้นปลายปี 60 เป็นแน่

แต่ที่หลายฝ่ายยังคงเป็นกังวลอยู่ ก็เห็นจะเป็นภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังคงจมปรักหายใจรวยริน จะประคับประคองให้รอดฝั่งไปถึงการเลือกตั้งหรือไม่ ยิ่งเมื่อนายกฯงัด ม.44 ออกมาฟาดฟันข้าราชการ และเจ้าหน้าที่รัฐกันเป็นกุรุดระลอกแล้วระลอกเล่า อย่างชุดล่าสุดที่เพิ่งประกาศไปเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ก็ทำเอาหลายฝายเริ่มแสดงความเป็นห่วงสุดท้าย แล้วจะหลงเหลือ "ข้าราชการน้ำดี" ที่จะมาเป็นมือทำงานขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาลสักกี่มากน้อย

แต่ที่ทำเอาวงการ "อึ้งกิมกี่" ก็เห็นจะเป็นคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 40/2559 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2559 ที่ให้ระงับสรรหาองค์กรอิสระทั้งหลาย ทั้งตุลาการศาล รธน. กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กก.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกรรมการสิทธิ โดยระบุว่า จากกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการทำประชามติ จึงทำให้ยังไม่มีความแน่ชัดในกระบวนการสรรหาองค์กรอิสระเหล่านี้

จึงสมควรระงับกระบวนการสรรหาเอาไว้ก่อนและให้บุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในองค์กรเหล่านี้ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แม้จะครบวาระดำรงตำแหน่งแล้วก็ตาม จนกว่าจะมีการแต่งตั้งบุคคลใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนตามบทบัญญัติ รธน.ฉบับใหม่ ส่งผลให้การกระบวนการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติผู้ได้รับการสรรหาก่อนพิจารณาให้การรับรองคือ "นายแพทย์เรวัติ วิศรุตเวช" นั้นต้องถูกระงับลงไปในทันที

แม้หลายฝ่ายจะมองว่าเป็นเรื่องปกติ ในเมื่อมีการยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ขึ้นมาแล้วและกำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการทำประชามติในขณะนั้น การที่นายกฯในฐานะหัวหน้า คสช.จะมีคำสั่งระงับกระบวนการสรรหากรรมการในองค์กรอิสระเหล่านี้เอาไว้ ก็ไม่น่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร? แต่เมื่อมีการตีแผ่ข้อมูลที่ระบุออกมาสอดคล้องกันว่า เบื้องหลังการออกคำสั่งระงับกระบวนการสรรหาองค์กรอิสระทั้งหลายนั้นพุ่งเป้าไปที่ "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" เพื่อ "ติดเบรก" กระบวนการสรรหาหมอเรวัติครั้งนี้โดยตรง!!

คำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าวจึงถูกตีความว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสรรหาที่กอปรด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 6 คน ได้มีมติให้หมอเรวัติเป็นผู้สมควรได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วด้วยมติ 2 ใน 3 แต่เมื่อมีการนำเสนอขอความเห็นชอบจาก สนช.ก็นัยว่ามีมือมืดที่มองไม่เห็น เล่นเกมโหด โดยการเดินเกมขัดขวางการเสนอชื่อหมอเรวัติเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินครั้งนี้อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู จนทำให้เสียง สนช.ที่โหวต เพื่อรับรองการเสนอชื่อหมอเรวัติออกมาก้ำกึ่ง 66 ต่อ 66 เสียง และจำเป็นต้องส่งรายชื่อกลับไปให้กรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาใหม่อีกครั้ง

เมื่อคณะกรรมการสรรหาดำเนินการเปิดรับการสรรหาใหม่ และยังคงเปิดให้หมอเรวัติเข้ารับการสรรหาอีกครั้ง ก่อนที่คณะกรรมการสรรหาจะมีมติเป็นเอกฉันท์เสนอชื่อ "หมอเรวัติ" เป็นผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินอีกครั้ง โดยครั้งหลังสุดหมอเรวัติชนะคู่แข่งถึง33 คน (จากรอบแรกที่ชนะคู่แข่ง 13 คน)

การที่คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในฐานะกรรมการสรรหายังคงยืนยันที่จะเลือกหมอเรวัติให้เข้ามาทำหน้าที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน "ถึง 2 ครั้ง 2 ครา" เช่นนี้ คงเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า กระบวนการคัดสรรบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่องค์กรอิสระแห่งนี้ ดำเนินไปโดยปราศจากอคติหรือรับใบสั่งของใคร และคงได้พิจารณาไตร่ตรองอย่างถ่องแท้รอบด้านแล้วว่า "หมอเรวัติ" ผู้นี้คงมีอะไรดี มีความรู้ ความสามารถที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้มากน้อยเพียงใด แต่อย่างน้อยตำแหน่งในอดีตคงรับประกันข้าราชการน้ำดีที่ไม่มีประวัติด่างพร้อยคนนี้ได้ ทั้งตำแหน่งรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และอธิบดีกรมการแพทย์ เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ จึงยังคงตัดสินใจเลือกหมอเรวัติให้ได้รับการเสนอชื่อเข้ามาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน แม้จะมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า หมอเรวัติผู้นี้มีความสนิทชิดเชื้ออยู่กับกลุ่มขั้วอำนาจนั่นนี่ แต่คณะกรรมการยังคงยืนยันในหลักการและจุดยืนที่ชี้ให้เห็นว่าปราศจากการแทรกแซงจากอำนาจใดๆ อย่างแท้จริง

ซึ่งเบื้องหลังงานนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ เพราะมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะมีกลุ่มคนที่กลัวหมอเรวัติเข้ามารับหน้าที่ตรงตำแหน่งนี้ ซึ่งกลัวว่าหมอจะรู้ตื้นลึกหนาบาง ความไม่ชอบมาพากลเรื่องอื้อฉาวที่ขบวนการของตนซุกซ่อนเอาไว้ก็เป็นได้ จึงเดินเกมขวางสุดลิ่ม

ยังไงเสียนายกรัฐมนตรี จะคงให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้ เพราะการที่งัด ม.44 มาระงับกระบวนการสรรหา โดยไม่รับฟังเหตุผลใดๆ ของคณะกรรมการฯนั้น แม้หลายฝ่ายมองว่า จะเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม แต่อาจสร้างความกินแหนงแคลงใจให้กับผู้ที่จะอุทิศตนเข้ามาทำงานรับใช้ชาติด้วยใจบริสุทธิ์ อย่างนี้ต่อไปใครที่อยากอุทิศตนเข้ามาทำงานรับใช้ชาติคงต้องครุ่นคิดหนัก เพราะแค่ถูกใครนินทาว่าร้าย ก็อาจถูกตราหน่ายว่าเด็กใคร พวกใครเอาได้ทุกเมื่อ

ดังนั้น เมื่อประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญผ่านแล้ว และกำลังจะมีการเลือกตั้งตามโรดแมป สิ่งที่ถูกดองเก็บไว้หลายๆ เรื่อง ก็น่าจะผ่อนคลายดำเนินการต่อตามกระบวนการขององค์กรนั้นๆ เพื่อให้องค์กรเดินหน้าทำงานได้ต่อไป
 
แสดงความคิดเห็น
กรุณาล๊อกอินเข้าระบบสมาชิกก่อนค่ะ
ชื่อ ::
E-mail ::
รูป :: ( เฉพาะสมาชิก )
รูปภาพ / วิดีโอ :: ใส่ลิงค์รูปภาพ ใส่วิดีโอ
ไอคอน ::
ข้อความ ::
รหัส :
 
 
 






EMBEDED CODE
 
 
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อแสดงความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ