หมวด การเมือง » กระทู้ที่ 563315
ข้างหลังภาพ เบื้องหลังคน ตอน 2 (กรณีสัมปทานดิวตี้ฟรี)

ดูข้อมูลคนนี้ ส่งข้อความ
NoVacation

07/08/2017
10:24:37
49.228.241.90


หนึ่งคน จากอดีตผู้ไล่ตระกูลชินวัตร
หนึ่งคน จากอดีตผู้รับใช้ตระกูลชินวัตร
หนึ่งคน เป็นผู้นำไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์
หนึ่งคน เป็นกลไกในรัฐบาลยิ่งลักษณ์
สองคน รวมกันไล่ล่ารื้อถอนธุรกิจร้านค้าปลอดอากรของ คิงส์ พาวเวอร์ ดิวตี้ฟรี อ้างสารพัด สารพันช่องว่าง ช่องโหว่ของกฎหมาย เพื่อจะเปิดช่องให้รายใหม่เข้ามาแสวงหาประโยชน์ ทำธุรกิจแบบนั่งคร่อม นั่งขี่บนสัญญาที่รัฐทำกับเอกชน โดยไม่สนใจไยดีกับกฎ กติกา มารยาท และ ข้อผูกพันทางกฎหมายที่รัฐมีกับเอกชน ที่ได้สิทธิไปจากการประมูลตามกระบวนการและกลไกของรัฐ
หนึ่งคน ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมาธิการวิสามัญปราบทุจริต ของสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ก็เข้าใจได้ว่า มีเครดิตภาพความซื่อสัตย์จากการรับใช้ประธานองคมนตรี แต่น่าสังเกตว่านับแต่พ้นประตู้รั้วบ้านสี่เสาเทเวศร์มาปีกว่าๆ เคยเดินผ่านประตูเข้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ได้อีกหรือไม่ หลังจากที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นประมาทสำนัก งานตำรวจแห่งชาติ
หนึ่งคน ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมร้านค้าปลอดอากรไทย ซึ่งไม่แน่ใจว่า เป็นตัวแทนของร้านค้าปลอดอากรร้านใด ในประเทศไทย และสมาคมนี้ มีสมาชิกอยู่กี่ราย กี่ร้าน มีใครกันบ้าง ใครได้ ใครเสียประโยชน์อย่างไรกับการที่รัฐ และหน่วยงานของรัฐ ทำงานตามหน้าที่ ปฏิบัติตามข้อตกลง ยึด ถือสัญญาของรัฐ เป็นหลักในการทำงาน และพิจารณาตัดสินเรื่องนี้
เรื่องที่ รวิฐา พงศ์นุชิต หรือ ไพฑูรย์ พงษ์เกษร อันเป็นชื่อและสกุลที่ถูกลบทิ้งไปแล้ว นำใส่ซองไปยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อ พลเรือเอกพะจุณณ์ ตามประทีป นั้น อันที่จริง ที่ถูก ที่ควรตามทำนองคลองธรรม ตามกระบวนการและกลไกทางราชการ ควรจะไปร้องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเช่น กระทรวงการคลัง ต้นสังกัดของกรมศุลกากร กระทรวงคมนาคม ต้นสังกัดบริษัทท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงร้องไปที่กรมศุลกากร และ บริษัทท่าอากาศยานแห้งประเทศไทยฯ น่าจะได้ผลมาก กว่า หากว่า รวิฐา ต้องการผลที่เป็นรูปธรรม จริงๆ
การมาร้องขอความเป็นธรรมต่อกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นั้น คิดเป็นอื่น ไม่ได้เลย นอกจากจะเป็นการมาแจ้งข้อมูลด้านการทุจริตประพฤติมิชอบ ของเจ้าหน้าที่ ของข้าราชการ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นสำคัญ
ไม่น่าจะเป็นเรื่องของการมาร้องขอความเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง
เมื่อเปิดดูเอกสารในซองที่ร้องเรียน ยิ่งน่าประหลาดใจ เพราะเป็นเรื่องที่ รวิฐา มาขอร้องให้พลเรือเอกพะจุณณ์ ช่วยส่งเอกสารต่อให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สั่งการไปยังบริษัทท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยฯ ให้เปืดจุดรับมอบสินค้าปลอดอากร ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามที่ รวิฐา ในฐานะนายกสมาคมร้านค้าปลอดอากร ต้องการ
เอกสารในซอง ไม่ใช่เรื่องร้องขอความเป็นธรรม เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม และผู้รับเป้าหมายของ รวิฐา ก็หาใช่ พลเรือเอกพะจุณณ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ไม่ แต่เป็นพลเอกประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี
จดหมายผิดซอง หรือ จดหมายผิดปกติ กันแน่?
ที่น่าสนใจ คือ พลเรือเอกพะจุณณ์ จะทำอย่างไรหลังจากได้รับจดหมายผิดซองนี้มาไว้ในมือ จะนำส่งให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะ messenger หรือ จะศึกษาหาความเป็นธรรมให้กับ รวิฐา กับพวกพ้อง ตามที่บรรยายมาในจดหมาย ถึงนายกรัฐมนตรี
คำถามคือ มันใช่หน้าที่ของพลเรือเอกพะจุณณ์ หรือไม่ ที่จะเป็น messenger ให้กลุ่มธุรกิจเอกชน ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี และมันใช่หน้าที่ของรองประธานกรรมาธิการฯ ที่จะอำนวยความเป็นธรรม ด้วยการรับเป็นธุระจัดหาพื้นที่รับมอบสินค้าปลอดอากร ในสนามบินสุวรรณภูมิ ให้กับ รวิฐา และพวกพ้อง หรือไม่
เรื่องนี้ไม่ต้องศึกษาให้นาน เพราะนายสมคิด จาตุรศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตอบข้อซักถามของนักธุรกิจชั้นนำเกาหลีใต้ ประกอบด้วย นายฮง คี เพียว รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัทแดวู และคณะผู้บริหาร นายจาง ซุน วุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Lotte Duty Free นายยุน บู คึน ประธานเจ้าหน้าบริหารและผู้บริหารซัมซุง และคณะผู้บริหาร Hana Bank ในโอกาสที่ไปเยือนเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2559
คำถามหนึ่งที่ นายจาง ซุน วุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Lotte Duty Free ถามนายสมคิด ก็เป็นประเด็นเดียวกับที่ รวิฐา มาร้องขอความเป็นธรรม คือ ทำไมไม่เปิดพื้นที่รับมอบสินค้าปลอดอากรในสนามบินสุวรรณภูมิ ให้กับผู้ได้รับใบอนุญาตเปิดร้านค้าปลอดอากรในเมือง
"ขอให้ บริษัท Lotte Duty Free พิจารณาเข้าไปเปิดร้าน Duty Free ที่สนามบินเชียงใหม่ และภูเก็ต เนื่องจากเป็นสนามบินที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปจำนวนมาก เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งหลังจากที่ได้รับใบอนุญาตการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร แต่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง เนื่องจากคิง พาวเวอร์ ได้รับสัมปทานพื้นที่ ซึ่งสัญญาสัมปทานจะครบกำหนดในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า" เว็บไซต์ข่าวประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทย เปิดเผยถึงผลการหารือของรองนายกรัฐมนตรีไทย กับนักธุรกิจเกาหลีใต้
(อ่านข่าว รองนายกรัฐมนตรีหารือกับภาคเอกชนชั้นนำของเกาหลี http://www.thaigov.go.th/index.php/th/government-th1/item/101497-id)
เว็บไซต์ข่าวไทยรัฐออนไลน์ อ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายสมคิด ด้วยว่า ....
"ผมได้พูดกับล็อตเต้ ไปตรงๆ เลยว่า ไม่อยากให้มีปัญากัน เรื่องนี้มีกฎหมาย และกฎระเบียบของไทย ดูแลอยู่ ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ผมก็แปลกดใจว่าที่สนามบินเชียงใหม่และภูเก็ต ยังไม่มีใครทำดิวตี้ฟรี ทำไมไม่ไปทำ เลยชวนให้เขาไปทำที่ 2 สนามบินนี้ ผมคิดว่าเขาเข้าใจ แต่ในทางธุรกิจ ก็เป็นเรื่องที่เขาจะตัดสินใจเอง"
(อ่านข่าว ต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/595361)
นี่คือท่าทีที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง ของรัฐบาลไทย โดยรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ที่ตอบไปยังทุกคน ทุกบริษัท ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ที่มีเจตนาจะเข้ามาทำธุรกิจร้านค้าปลอดอากรในประเทศไทย และกำลังกดดันรัฐบาล ให้เปิดพื้นที่รับมอบสินค้าปลอดอากรที่สนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ทั้งการกดดันผ่านรัฐบาลต่างชาติ และ การจ้างล็อบบี้ยิสต์ ในประเทศไทย ให้มาเดินงานนี้
ขบวนการล็อบบี้ยิสต์ ที่มีทั้ง นักการเมือง นักวิชาการ ข้าราชการ สื่อมวลชน เข้าร่วมรับงานอยูในทีมล็อบบี้ยิสต์ทีมนี้ โดยมี อดีตข้าราชการระดับรองอธิบดีคนหนึ่งของกระทรวงการคลัง เป็นผู้ขับเคลื่อนทีม โดยอาศัยสายสัมพันธ์ และประสบการณ์การทำงานในอดีต กับเครือข่ายข้าราชการ กระทรวงการคลัง ในปัจจุบัน สร้างกลไก กระบวนการกดดันทุกรูปแบบ และสร้างพื้นที่ข่าวขยายผลอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลานานกว่า 1 ปี แล้ว
ทุกคนที่จับมือรับงานเป็นทีมล็อบบี้ยิสต์ เปิดพื้นที่รับมอบสินค้าปลอดอากรในสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ละคน สร้างภาพตนเองเป็นคนซื่อมือสะอาด แบบปีศาจคาบคัมภีร์ ทั้งนั้น และทุกคนทำงานกันขยันขันแข็ง หาประเด็นมาแถลงข่าว มากดดันคิงพาวเวอร์ กันได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่สนใจ ไม่ใส่ใจท่าทีของรัฐบาล แม้ต่น้อย
ทั้งๆ ที่หัวหน้าใหญ่ทีมงานนี้ ก็รับรู้ท่าที และ นโยบายของรัฐบาล ว่าต้องปฏิบัติตามสัญญาที่รัฐทำไว้กับคิงพาวเวอร์ จนครบอายุสัญญา และเสนอแนวทางอื่นๆ ที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ขัดต่อสัญญาที่ทำไว้กับคิง พาวเวอร์ แต่ก็ยังคงดันทุรัง จะเอาให้ได้ จะกดดันให้รัฐฉีกสัญญากับคิงพาวเวอร์ และละเมิดสัญญาที่รัฐทำไว้เอง
นั่นก็เพราะ ผลประโยชน์ที่มีการนำเสนอจากร้านค้าปลอดอากรสัญชาติไทย และ ต่างชาติ นำ เสนอ สูงจนไม่อาจหักห้ามใจได้ สูงจนลืมอดีตชาติของตนที่เพียรพยายามสร้างภาพคนดี มายาวนานกว่า 30 ปี
อย่างที่บอกไว้แต่แรกว่า ภาพที่ รวิฐา พงษ์นุชิต นายกสมาคมร้านค้าปลอดอากร ไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมจาก พลเรือเอกพะจุณณ์ ตามประทีป รองประธานกรรมาธิการวิสามัญ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ คนที่หนึ่ง ไม่ใช่มีความน่าสนใจเพียงด้านหน้าของภาพ ที่ผู้รับ และผู้ร้อง นำมาโชว์กับสื่อมวลชน และสาธารณชน ยังมีเรื่องราวข้างหลังภาพ ที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้ น่าสนใจยิ่งกว่า
ที่น่าสนใจที่สุด ก็คือ อดีตมือทำงานให้ประธานองคมนตรี มีตำแหน่งเป็นถึงเลขามูลนิธิรัฐบุรุษ ทำงานด้านการข่าวมายาวนาน รู้จักผู้คนมากมาย อย่าง พลเรือเอกพะจุณณ์ ตามประทีป จะไม่ตรวจสอบเรื่องราวที่จะออกมารับไว้ในมือบ้างเลยหรือว่า เป็นเรื่องอะไร และมีความเป็นมาอย่างไร สำคัญยิ่งไปกว่านั้น จะไม่ตรวจสอบกันเลยหรือว่า ผู้ร้อง ที่จะนำซองปัญหามาใส่มือนั้น เป็นใคร มาจากไหน มีประวัติ ปูมหลัง อย่างไร
หรือจะมีเวทย์มนต์ กลใด บังตาท่าน ?
ไม่น่าเชื่อว่า มือทำงานด้านการข่าวระดับนี้ จะตกเข้ามาอยู่ในเฟรม ในภาพแบบนี้ได้
คนหนึ่ง ทำงานด้านการปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ
คนหนึ่ง ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สอบสวน
จะมาเป็นสองคนที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันทำงาน ที่มีผลประโยชน์มากกว่า 1 แสนล้านบาท เป็นเดิมพัน
ต้องยอมรับว่า ทีมงานล็อบบี้ยิสต์ ทีมนี้ ฝีมือดีจริงๆ ที่สามารถสร้างภาพที่มีความหมายยิ่งภาพนี้ขึ้นมาได้
แต่ ข้างหลังภาพ เบื้องหลังคน กลับน่าสนใจยิ่งกว่า
โดย... บรรณารักษ์
***********************
อ่าน ข้างหลังภาพ เบื้องหลังคน (1) ได้ที่ ===>http://www.1morenews.com/7353.html
 
แสดงความคิดเห็น
กรุณาล๊อกอินเข้าระบบสมาชิกก่อนค่ะ
ชื่อ ::
E-mail ::
รูป :: ( เฉพาะสมาชิก )
รูปภาพ / วิดีโอ :: ใส่ลิงค์รูปภาพ ใส่วิดีโอ
ไอคอน ::
ข้อความ ::
รหัส :
 
 
 






EMBEDED CODE
 
 
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อแสดงความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ