หมวด การเมือง » กระทู้ที่ 595898
9 ปมร้อนห้างดังติดสนามบิน

ดูข้อมูลคนนี้ ส่งข้อความ
apachezx

29/07/2019
21:09:25
1.20.107.136




หากใครติดตามข่าวปมห้างใกล้เขตสนามบิน หรือถ้าหากใครผ่านระหว่างถนนเส้นสนามบินสุวรรณภูมิสู่ถนนบางนาตราด
ก็จะเห็นว่ามีห้างที่กำลังอยู่ระหว่างการสร้าง ซึ่งก็คือบิ๊กโปรเจกต็ ถือว่ายิ่งใหญ่ไม่ธรรมดา ?โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ?
ซึ่งอยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิมากและตอนนี้ก็ยังมีปมหลายอย่างที่ยังต้องเคลียร์ให้ได้ว่าทำผิดกฏหมายหรือไม่
มีบทความอยู่ที่นึงได้เขียนเรื่องนี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจ จากสำนักข่าวบ้านเมือง ลองอ่านบทความกันแล้วลองติดตามข่าวนี้กัน
ต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร



หลายเรื่องยังไม่ได้ข้อยุติ หลายเรื่องยังไม่เคลียร์ ไม่ว่าปมปัญหา รุกล้ำที่ดินสาธารณะหรือไม่ , ถมดินทับลำรางสาธารณะหรือไม่ , ปลูกสร้างในพื้นที่สีเขียว (ประเภทชนบทและเกษตรกรรม) ที่ไม่อนุญาตให้สร้างโรงแรมและสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่หรือไม่ ,
ก่อสร้างในพื้นที่ดินตาบอดโดยไม่สามารถออกจากโครงการสู่ทางหลวงหรือไม่ , ก่อสร้างภายในเขตปลอดภัยในการเดิน
อากาศหรือไม่ , บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างสามารถขออนุญาตก่อสร้างแทนเจ้าของโครงการได้หรือไม่ ,
กฎหมายการก่อสร้างกำหนดพื้นที่ตาบอดได้เพียง 200 ตารางเมตร แต่ออกใบอนุญาต 2,000 ตารางเมตรได้หรือไม่ ,
การแบ่งสัญญาขอใบอนุญาตก่อสร้าง 2,000 ตาราเมตร ครอบคลุม 40,000 ตารางเมตร ภายใต้โครงการเดียวกัน ทำได้หรือไม่ ,
มีการรุกล้ำแนวเขตที่ราชพัสดุ ทางหลวงหมายเลข 370 หรือไม่



เปิดดูหนังสือหน่วยงานที่สอบถามกันไป-มาเกี่ยวกับปมปัญหาเรื่องเหล่านี้ ?ตาพญา? อ่านแล้วมันเกี่ยวพันกับ เอกชน
รัฐวิสาหกิจ และส่วนราชการต่างๆหลายส่วน ไม่ว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ,
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) , กรมท่าอากาศยาน (ทย.) , อตบ.บางโฉลง จ.สมุทรปราการ ,
ที่ดินราชพัสดุ กรมธนารักษ์ , แขวงทางหลวงสมุทรปราการ สังกัดกรมทางหลวง , สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ
สาขาบางพลี และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนาฯ ?ตาพญา? ไม่รู้อนาคตข้างหน้าจะมีหน่วยงานไหนโผล่เพิ่มมาอีกหรือไม่
และจะมีใครต้องเข้ามาร่วมเผชิญวิบากกรรมตามมาด้วยอีก

เอาล่ะ ไม่ว่าข้อสรุปแต่ละส่วนงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นยังไง แต่หลังมีปัญหาเกิดขึ้น บมจ.ท่าอากาศยานไทย
ในฐานะเจ้าของพื้นที่และมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด 3 ฉบับ ถึง 3 หน่วยงาน คือ ฉบับที่ 1 เลขที่
ทอท.9433/2562 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2562 ถึง นายกอบต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ขอให้ตรวจสอบว่า
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ก่อสร้าง โครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ ในพื้นที่สีเขียวหรือไม่

ฉบับที่ 2 เลขที่ ทอท. 9434 /2562 วันที่ 27 มิถุนายน 2562 ถึง ?ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย?
เรื่องการก่อสร้างอาคารในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยระบุว่า บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาฯ
สร้างอาคารรุกลํ้าพื้นที่ราชพัสดุ ซึ่ง กรมธนารักษ์ มอบให้ ทอท. ใช้ประโยชน์ในกิจการท่าอากาศยาน โดยระหนังสือระบุด้วยว่า
อาคารที่สร้างอาจมีปัญหาต่อความปลอดภัยด้านการบิน เพราะห่างจากหัวทางวิ่ง ในสนามบินสุวรรณภูมิ (01R)
ไปทางทิศใต้ 2,000 เมตร ตั้งฉากไปในทางทิศตะวันตก 440 เมตร มีการนำทาวเวอร์เครน มาใช้ในงานก่อสร้างที่อาจ
กระทบต่อความปลอดภัยในการบิน จึงแจ้งให้สำนักการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยพิจารณาดำเนินการต่อไป

และ หนังสือด่วนที่สุด ฉบับที่ 3 ลงเลขที่ ทอท. 9432/2562 วันที่ 27 มิถุนายน 2562 ถึง ?อธิบดีกรมธนารักษ์?
เรื่องขอดำเนินการกรณี บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) สร้างสิ่งปลูกสร้างรุกลํ้าที่ราชพัสดุ หลังพบว่า
บริษัท เซ็นทรัลฯ ได้ทำทางเชื่อมเพื่อเป็นทางเข้า-ออกของโครงการ บริเวณถนนเชื่อมระหว่างถนนมอเตอร์เวย์
และถนนบางนา-ตราด ซึ่ง ทอท. ผู้ครอบครองพื้นที่ไม่อนุญาตให้ทำ ซึ่งการทำทางเชื่อมอาจทำให้เกิดปัญหาและ
อุปสรรคต่อการสร้างระบบสาธารณูปโภคในช่วงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะถัดไป เช่น
การก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 115 kv นอกจากนี้ การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังอยู่ในโครงการพัฒนา
ระยะที่ 2 หากในอนาคตมีการพัฒนาเต็มรูปแบบ การจราจรในบริเวณทางเข้า-ออกทางทิศใต้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จะทำให้มีปัญหาปริมาณการจราจรเพิ่มมากขึ้นด้วย

ที่ ?ตาพญา? เห็นชัดเจนมากกว่านั้น คือทาง ทอท.ได้ยืนยันแล้วว่า ทางหลวงหมายเลข 370 เป็นพื้นที่พัสดุ
ในความครอบครองของกรมท่าอากาศยาน และ มอบให้ ทอท.ใช้ประโยชน์อันเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น
และสอดคล้องกับความเห็นของ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 7) ระบุว่าจะนำถนนดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นๆไม่ได้
และ ทอท.ยืนยัน ไม่อนุญาตให้บริษัทเซ็นทรัลฯ ใช้พื้นที่ด้วย 3 เหตุผลหลัก 1.ที่ดินดังกล่าวได้มาจากกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน
อสังหาริมทรัพย์ การใช้ประโยชน์พื้นที่ ย่อมต้องมีพันธะที่จะต้องใช้ที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืนตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืน
ตลอดไป 2.ปัจจุบันการพัฒนาศักยภาพสนามบินของ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ยังอยู่ในโครงการพัฒนา
ทสภ.ระยะที่ 2 ซึ่งยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ตามแผนการพัฒนา ทสภ. หากในอนาคตมีการพัฒนาพื้นที่ Full Phase แล้ว
การจราจรในบริเวณทางเข้า-ออกหลัก ด้านทิศใต้ของ ทสภ. จะมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่นกว่าในปัจจุบัน และ
3.การทำทางเชื่อมอาจทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคต่อการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคในช่วงการพัฒนา ทสภ.
ระยะถัดไป เช่น การก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 115 kv ที่มีแนวก่อสร้างตามแนวทางหลวงหมายเลข 370 และ 34

เอาล่ะ เมื่อผีมาถึงป่าช้าแล้ว ยังไงก็ต้องเผา เมื่อ ?ลักซูรี่เอาท์เล็ต? โครงการ 5 พันล้าน ก่อสร้างแล้วเสร็จยังไงก็ต้องเปิด
ส่วนสารพัดปัญหาร้องเรียนจะจบลงก่อนหรือไม่ หรือไม่จบลงอย่างไร มันก็ต้องไปว่ากันเอาดาบหน้า แต่บรรทัดนี้ ?ตาพญา?
อยากฝากเตือนถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยึดปฏิบัติตามข้อกฎหมายอย่างซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่
ของตัวเองอย่างรอบคอบ เพราะจะเป็น ?เกราะ? ป้องกันตัวได้ดีที่สุด อย่าได้มีการซิกแซกกฎหมายแลกรับผลประโยชน์
หรือ เลี่ยงบาลีทางกฎหมายเพื่อช่วยเหลือเอกชน เพราะมันสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายหลายข้อหากผิดพลาดไปจะกลายเป็น
คดีความตามหลอกหลอนไปตลอดชีวิต ประสา ?ตาพญา? เห็นตัวอย่างมาก็เยอะแล้ว ไม่ว่า คดีทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำ
เสียคลองด่าน คดีทุจริตรถดับเพลิง คดีทุจริตจำนำข้าว คดีเงินทอนวัด ฯลฯ มี ?ข้าราชการ? และ ?เจ้าหน้าที่รัฐ?
ต้องตกเป็นจำเลยถูกลากเข้าไปติดคุกติดตารางกันหลายคน หลายคนต้องหนีออกนอกประเทศ เป็นอุทาหรณ์ให้
?ข้าราชการ? และ ?เจ้าหน้าที่รัฐ? ควรพึงสังวรณ์อย่างที่สุด



จะเห็นได้ชัดเลยว่ายังมีหลายอย่างที่ยังค้างคาอยู่ว่าผิดหรือไม่ แต่ห้างนั้นตอนนี้ก็ยังคงก่อสร้างต่อไป และข่าวว่าจะเปิดให้ได้
ภายในปี 2019 นี้เลยต้องช่วยกันตามครับ

https://www.banmuang.co.th/news/politic/157870
 
แสดงความคิดเห็น
กรุณาล๊อกอินเข้าระบบสมาชิกก่อนค่ะ
ชื่อ ::
E-mail ::
รูป :: ( เฉพาะสมาชิก )
รูปภาพ / วิดีโอ :: ใส่ลิงค์รูปภาพ ใส่วิดีโอ
ไอคอน ::
ข้อความ ::
รหัส :
 
 
 






EMBEDED CODE
 
 
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อแสดงความคิดเห็น