หมวด การเงิน » กระทู้ที่ 571088
SLC ทุนฉงน-ซ่อนกลฮุบ NMG : เหตุไฉน3คนดี-เด่น-ดังคสช."ยืนเด่น"

ดูข้อมูลคนนี้ ส่งข้อความ
panda6day

26/02/2018
11:34:30
203.156.144.198



โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

การแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของบริษัท โซลูชั่นคอนเนอร์1988 จำกัด(มหาชน)หรือ SLC

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ว่าได้เข้าถือหุ้นบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG เป็นที่เรียบร้อยแล้วในสัดส่วน 12.27% และซื้อวอร์แรนต์เก็บไว้อีกประมาณ 6% รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,042 ล้านบาท

ทำให้ผมลงมือค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมว่า เหตุใดบริษัทที่มีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 3-4 ปี กลับได้เงินเพิ่มทุนมหาศาลเมื่อปลายพ.ย.กว่า 2,200 ล้านบาท แล้วกล้าหาญชาญชัยมาซื้อหุ้น NMG ที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่กว่าหลายเท่า และผลประกอบการเป็นบวกมาโดยตลอดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ขนาดสินทรัพย์ของ SLC เมื่อสิ้นเดือนก.ย.2557 ยอดรวม 2,379 ล้านบาท บริษัท NMG มียอดสินทรัพย์รวม 8,650 ล้านบาท

บริษัท SLC ขาดทุนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2553 145 ล้านบาท, ปี 2554 203 ล้านบาท, ปี 2555 146 ล้านบาท, ปี 2556 197 ล้านบาท และปี 2557 รอบ 9 เดือนขาดทุน 397 ล้านบาท รวมขาดขาดทุนสะสม 1,118 ล้านบาท

ฐานะการเงินย่ำแย่ถึงขั้นหลังประมูลทีวีดิจิทัลเสร็จเมื่อปลายปี 2556 พอดีว่า วันนี้ (28 ธ.ค.) เป็นวันครบรอบ 1 ปี ประมูลทีวีดิจิทัล จึงจะลองลำดับเรื่องคร่าวๆ ให้ผู้อ่านได้รับทราบว่าบริษัท SLC ไม่มีเงินสดเพียงพอจ่ายเงินประมูลทีวีดิจิทัลก้อนแรกประมาณ 200 ล้านบาท ในต้นเดือน ก.พ. 2557 จนต้องไปทำสัญญากึ่งๆ เงินกู้ 250 ล้านบาทจากบริษัทตงฮั้วของ "วิชัย ทองแตง" เจ้าของกิจการโรงพยาบาลหลายแห่ง และเคเบิ้ลทีวี CTH ที่มีเงื่อนไขเรียกคืนได้หรือเข้าซื้อหุ้น SLC ได้ประมาณ 60%

แต่ดีลนี้ต่อมาจบลงด้วยการทวงเงิน 250 คืน เพราะผลประกอบการของช่อง Springnews ขาดทุนซ้ำซากไม่มีแนวโน้มว่าจะฟื้นเห็นกำไรได้ในเร็ววัน ซึ่งยังสามารถอ้างได้ว่ามาจากปัจจัยแวดล้อมของการเกิดทีวีดิจิทัล ที่ไม่เอื้ออำนวยจากการทำงานที่ล้มเหลว ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.)

ผู้บริหาร SLC ดิ้นรนเรียกชำระเพิ่มทุนตลอดปีนี้มาประมาณ 10 ครั้ง ด้วยทุนจดทะเบียนกว่า 100,000 ล้านบาท (แสนล้านบาท) กับสูตรการเพิ่มทุนพิศดารพันลึก จนเกิดการเรื่องเกิดราวกันเอาทหารมาปิดห้องในระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นของ SLC ในวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยของ SLC ไม่พอใจจะเข้าไปร่วมประชุมแต่ไม่ได้เอาบัตรประชาชนตัวจริงมา จนนำไปสู่การฟ้องศาลให้เพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ศาลแพ่งนัดไต่สวน 19 ม.ค. 2558

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปของนักเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ว่าหุ้น SLC มีการขึ้นลงของราคาหวือหวามากๆ แต่ก็ยังมีนักลงทุนรายย่อยไปติดกับมากมายขาดทุนป่นปี้ จนถึงขั้นมีแฟนเพจ FB ต่อต้านการเพิ่มทุนของ SLC และนักลงทุนกลุ่มนี้เคยร้องเรียนไปถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)มาแล้ว

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2557 คณะกรรมการกำกับและดูแลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) ได้ทำหนังสือพร้อมเอกสารกว่า 300 หน้าส่งไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2557 เพื่อให้สอบสวนนายฉาย บุนนาค กับพวกอีกเกือบ 10 คนร่วมกันปั่นราคาหุ้น SLC มาตั้งแต่ ปี 2553 ต่อเนื่องกันมา

ในขณะที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SLC "อารักษ์ ราษฎร์บริหาร" ให้สัมภาษณ์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่า จะนำเงินเพิ่มทุนมาลงทุนระยะยาว และไม่ได้มีความคิดจะแทรกแซงการบริหารงานของกลุ่มผู้บริหารเดิม แต่กลับย้ำหลายครั้งว่าต้องการจะให้เกิดความร่วมมือหรือ Synergy ในการทำธุรกิจระหว่างสื่อที่อยู่ภายใต้ 2 กลุ่มบริษัทและมีแผนจะเปลี่ยนบริษัท SLC เป็น Holding Company ด้านสื่อเพื่อเข้าถือหุ้นช่องทีวีดิจิทัลและสื่ออื่นๆเพิ่มขึ้นอีก

SLC : เจ้าของช่องข่าวทีวีดิจิทัล Springnews ถือหุ้น 99%

NMG : ช่องข่าวทีวีดิจิทัล Nation TV (อยู่ในบริษัทลูก NBC ), ช่องวาไรตี้ทีวีดิจิทัล NOW/26 , หนังสือพิมพ์รายวัน 3 ฉบับคือ The Nation, กรุงเทพธุรกิจ และ คมชัดลึก, เว็บไซต์ OKNation.net

นอกจากนี้ SLC ยังแจ้งว่าได้ลงทุนซื้อหุ้น GMM อีกประมาณ 1% เป็นเงินกว่า 100 ล้านบาทและยังเจรจาจะซื้อกิจการของสถานีข่าวทีวีดาวเทียม TNews ของ"สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม"ที่เป็นช่องทีวีดาวเทียมที่เป็นหัวหอกสำคัญอีกช่องนอกเหนือจากช่อง BlueSky ที่ใช้ถ่ายทอดการชุมนุมของกปปส. และขุดเรื่องราวเชิงลบ ของอดีตนายกรัฐมนตรี "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"

ก่อนหน้านี้ยังทราบว่ากลุ่ม SLC ได้เข้าไปซื้อกิจการของกลุ่มผู้บริหารสถานีวิทยุกระจายเสียง ของกองบัญชาการทหารสูงสุด FM 101 ที่มีเนื้อหาเข้มข้นมากในช่วงการชุมนุมของกลุ่มกปปส.เช่นเดียวกัน รวมทั้งยังได้ข่าวมาอีกว่า SLC เล็งจะซื้อกิจการของนิตยสารดอกเบี้ยของ"รัฐกร อัศดรธีรยุทธ์"ที่เคยมีหุ้นอยู่ในหนังสือพิมพ์ตงฮั้ว นิตยสารด้านการเงินและหุ้นเล่มนี้มีอายุยืนยาวนานกว่า 20 ปีแล้ว

เงินทุนมากมายมหาศาลมาจากไหนยังไม่ทราบ แต่ได้เห็นรายชื่อ "คนสำคัญ" ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าไปไปเกี่ยวข้องโดยตรงเป็นทางการ 3 คนแล้ว อยากจะตั้งคำถามไปถึงทั้งสามท่านหรือถามท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ ว่าทำไมปล่อยให้บุคคลเหล่านี้ไปใช้เวลาทำงานเชิงธุรกิจของบริษัทที่ชวนสงสัยในการเพิ่มทุน นอกจากงานสำคัญในการปฏิรูปประเทศที่ต้องอุทิศเวลาได้อย่างไร

ด้วยความเคารพทั้งสามท่านจริงๆ แต่จำเป็นจะต้องอธิบายความเกี่ยวข้องของทั้งสามท่านกับบริษัท SLC และบริษัท วัธน แคปปิตัล จำกัดหรือ WAT ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันกับความพยายามเข้ามาซื้อหุ้นในบริษัท NMG ในหลายๆ "ร่างทรง" หรือ Nominee ที่มีกฎตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถือว่าเป็นการกระทำความผิดในการครองงำกิจการที่เรียกว่า Acting In Concert (ขออธิบายในคราวต่อไป)

อาจารย์มีชัย ฤชุพันธ์ มีตำแหน่งสำคัญมากๆ กับอนาคตการปฏิรูปประเทศ

ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ, สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและเป็นที่ทราบกันดีว่ามีบทบาทสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้ว่าไม่ได้มีชื่ออยู่ในคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. SLC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่าอาจารย์มีชัยได้รับเลือกให้เป็นกรรมการอิสระ และคาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการบริษัท SLC

ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีลูกสาวชื่อ "อรอร อัครเศรณี" ไปจองซื้อหุ้น SLC

แบบ Private Pacement มูลค่า 350 ล้านบาทจะชำระภายในวันที่ 31 มีนาคม 2558 ทราบว่า "ฉาย บุนนาค" คือหลานฝั่งภรรยาของดร.ณรงค์ชัยและเป็นลูกพี่ลูกน้องของ "อรอร"

จึงถึงบางอ้อด้วยประการฉะนี้ว่า ทำไมจึงมีเสียงร่ำลือกันดังทั่วตลาดหุ้นว่าหลังจาก ดร.ณรงค์ชัย ได้เป็นรัฐมนตรีพลังงานแล้ว หลานชายภรรยาที่มีข้อหาปั่นหุ้น SLC จึงเสมือนปลากะดี่ได้น้ำฟื้นคืนชีพมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในการเพิ่มทุนและเป็นประธานของบริษัท วัธน แคปิตัล จำกัด ( WAT) ที่มีหุ้นใน NMG ประมาณ 7.57 % และยังมีบุคคลที่เกี่ยวโยงกันคือ "ศิร์วสิษฐ์ สายน้ำผึ้ง" ซื้อหุ้น NMG จากบริษัทมาบุญครอง ( MBK) ประมาณ 6.1%

ผมเคารพสิทธิ์ส่วนบุคคลของทุกท่าน ในการลงทุน หรือเข้าไปเกี่ยวข้องประกอบกิจการทางธุรกิจ เพื่อหารายได้พิเศษเพิ่มเติมจากตำแหน่งในราชการที่น้อยนิด และบริษัทเหล่านี้ไม่ได้มีผลประโยชน์ขัดแย้งซ้ำซ้อนกัน ภาระหน้าที่ราชการโดยตรง แต่มีคำถามว่าเหตุไฉนจึงเข้าไปซื้อหุ้นหรือนั่งเป็นประธานในบริษัทที่ "ขาดทุน" มหาศาลและทราบหรือไม่ว่ายังมีเรื่องราวพิศดารพันลึก ของบุคคลที่เกี่ยวข้องมากมายขนาดนี้ถึงขั้น ก.ล.ต. แจ้งไปดีเอสไอให้สอบสวนการปั่นหุ้น
 
แสดงความคิดเห็น
กรุณาล๊อกอินเข้าระบบสมาชิกก่อนค่ะ
ชื่อ ::
E-mail ::
รูป :: ( เฉพาะสมาชิก )
รูปภาพ / วิดีโอ :: ใส่ลิงค์รูปภาพ ใส่วิดีโอ
ไอคอน ::
ข้อความ ::
รหัส :
 
 
 






EMBEDED CODE
 
 
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อแสดงความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ