หมวด การเงิน » กระทู้ที่ 579496
รัฐบาลประเทศเซนต์คิตส์และเนวิสฟื้นฟูบ้านเรือน 900 หลังผ่านกองทุนฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากพายุเฮอร์ริเคน

ดูข้อมูลคนนี้ ส่งข้อความ
IQPR

11/09/2018
14:05:50
171.97.202.191


รัฐบาลประเทศเซนต์คิตส์และเนวิสประกาศว่า ประชาชน 900 ครัวเรือนได้รับประโยชน์จากกองทุนฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากพายุเฮอร์ริเคน (Hurricane Relief Fund) ที่ก่อตั้งโดยนายกรัฐมนตรีทิโมธี แฮร์ริส โดยการอัดฉีดเงินสดมูลค่า 11.5 ล้านดอลลาร์ได้ช่วยให้ผู้ประสบภัยจากพายุเฮอริเคนเออร์มาและมาเรียสามารถฟื้นฟูบ้านเรือนของตนเองได้

เงินกองทุนดังกล่าวได้มาจากโปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติ (CBI) ที่ริเริ่มขึ้นในปีพ.ศ. 2527 โดยนักลงทุนจะได้รับสัญชาติเซนต์คิตส์และเนวิสเมื่อลงทุนในเศรษฐกิจของประเทศ และหนึ่งในนั้นก็คือการลงทุนในกองทุนฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากพายุเฮอร์ริเคน ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มระยะ 6 เดือนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักลงทุนที่ต้องการสนับสนุนประเทศให้ผ่านพ้นฤดูพายุเฮอริเคนที่ท้าทาย

หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากพายุเฮอร์ริเคน นายกรัฐมนตรีทิโมธี แฮร์ริส ก็ได้จัดตั้งกองทุนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth Fund หรือ SGF) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ตลอดจนพัฒนาโครงการทางเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน

พอล ซิงห์ ผู้อำนวยการ CS Global Partners บริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายระหว่างประเทศชั้นนำที่เชี่ยวชาญด้านการขอสัญชาติและการพำนัก กล่าวว่า ?นักลงทุนจำนวนมากต้องการมีส่วนร่วมในกองทุนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยให้การขอสัญชาติเซนต์คิตส์และเนวิสเป็นไปอย่างรวดเร็วและคุ้มค่า? ทั้งนี้ กองทุนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนกำหนดให้ลงทุน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน หรือ 195,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อครอบครัว 4 คน จึงดึงดูดครอบครัวใหญ่ที่ต้องการความมั่นคง รวมถึงนักธุรกิจที่ต้องการเดินทางอย่างสะดวกสบายไปยังกว่า 150 ประเทศและดินแดนทั่วโลก เช่น เขตเชงเก้น รวมถึงศูนย์กลางธุรกิจอย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง และลอนดอน

เซนต์คิตส์และเนวิสโดดเด่นในเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับนานาประเทศ ซึ่งความพยายามดังกล่าวก็ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี เห็นได้จากดัชนีการลงทุนเพื่อขอสัญชาติ (CBI Index) ที่เผยแพร่โดยนิตยสาร Professional Wealth Management ในเครือ Financial Times ที่ระบุว่า โปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติของเซนต์คิตส์และเนวิส ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานระดับแพลทินัมของอุตสาหกรรม คว้าอันดับ 1 มาครองอย่างภาคภูมิ เนื่องจากกระบวนการขอสัญชาติ การเดินทาง เงื่อนไขการพำนัก และการตรวจสอบสถานะไม่ยุ่งยากซับซ้อน

ขณะที่ความวุ่นวายทางการเมืองก่อให้เกิดความไม่แน่นอนมากขึ้นทั่วโลก แนวคิดการถือสองสัญชาติผ่านการลงทุนจึงเป็นทางออกที่ดีทั้งสำหรับชาวเซนต์คิตส์และเนวิสรวมถึงพลเมืองที่ได้สัญชาติผ่านการลงทุน

ติดต่อ: pr@csglobalpartners.com

ที่มา: CS Global Partners
 
แสดงความคิดเห็น
กรุณาล๊อกอินเข้าระบบสมาชิกก่อนค่ะ
ชื่อ ::
E-mail ::
รูป :: ( เฉพาะสมาชิก )
รูปภาพ / วิดีโอ :: ใส่ลิงค์รูปภาพ ใส่วิดีโอ
ไอคอน ::
ข้อความ ::
รหัส :
 
 
 






EMBEDED CODE
 
 
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อแสดงความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ