หมวด ผู้ชาย » กระทู้ที่ 565610
เมื่อหนุ่มลาวแบบผม ตัดสินใจแก้จมูกและเพิ่มมิติให้หน้า ที่ประเทศไทย

ดูข้อมูลคนนี้ ส่งข้อความ
one_alex1

22/09/2017
17:42:28
125.24.78.30




ก่อนศัลยกรรมครับ เพื่อนเคยบอกว่าแค่มีดั้งหล่อแล้ว

สะบายดี ทุกคนทั้งพี่น้องชาว สปป.ลาว และเพื่อนๆ คนไทยที่แวะเข้ามาอ่านกันนะครับ ผมขอแนะนำตัวซักนิดนะครับ ผมชื่อ Alex ครับ อาชีพตอนนี้เป็น Makeup Artist อยู่ที่ลาวและรับแต่งหน้าที่ไทยด้วยครับ วันนี้ผมอยากมาเล่าประสบการณ์ที่ผมได้ทำศัลยกรรมในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และรู้สึกประทับใจเลยอยากบอกเล่าเรื่องราวที่ได้เจอมาครับ (ถ้าผมใช้คำที่ผิดหรือแปลกไปต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมตั้งใจเขียนมากๆ ครับ แต่ถ้ามีผิดแปลกตรงไหนบอกกันได้นะครับ ผมยินดีแก้ไข) ขอบอกก่อนว่าผมเคยทำศัลยกรรมมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ผลที่ได้ไม่เป็นอย่างที่ใจผมคิดซักเท่าไหร่



ครั้งที่1 ตัดสินใจฉีด ซิลิโคนเหลว ที่คลินิกขอไม่เอ่ยชื่อนะครับ ถึงจมูกดูโด่งขึ้น แต่ปลายจมูกก็ใหญ่ขึ้นดูไม่ได้รูป



ครั้งที่ 2 เปลี่ยนคลินิกใหม่แก้จมูกขูด ซิลิโคนเหลว แล้วเสริมซิลิโคน แต่ก็ยังรู้สึกว่ายังดีไม่สุด

เมื่อผมเลือกศัลยกรรมที่ Masterpiece Clinic

ผมรู้จักที่นี่ครั้งแรกตอนที่ผมได้คุยงานตอนไปร่วมงานทำ Work Shop กับพี่ฉัตร Makeup Artist รุ่นพี่ที่ผมเคารพมากที่สุดครับ พี่เขาไปดูแลผิว ดูแลหน้ากับที่นี่แล้วชอบมาก ตอนนั้นผมยังไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าเป็นที่ไว้ดูแลผิวเฉยๆ ผ่านไป 1 ปีกว่าๆ ผมเริ่มมีความคิดอยากจะแก้จมูกอีกครั้ง เพราะจมูกผมดูใหญ่ และรู้สึกว่าจมูกเริ่มดูเป็นแท่งใสๆ ขึ้นมา ผมก็กลัวว่าจมูกจะทะลุครับ เป็นครั้งที่สองที่ทำให้ผมรู้จักที่นี่อีกครั้ง ผ่านพี่หมอที่ผมรู้จักด้วยที่ลาว เพราะผมไปปรึกษากับพี่หมอเรื่องจมูกครับ ว่าไม่โอเคกับจมูกนี้เท่าไหร่ เป็น Makeup Artist แต่งหน้าให้คนอื่นสวย หล่อ เป๊ะ มาก็เยอะ ผมก็อยากให้หน้าเป๊ะขึ้นบ้าง ไม่อยากปล่อยให้หน้าโทรมไม่สมกับที่ทำงานด้านนี้ด้วย พี่หมอเขาก็แนะนำให้ไปแก้จมูกที่ Masterpiece Clinic ที่นี่เขารู้จักหมอที่มีฝีมือดี เห็นลูกค้าหลายคนที่ไปทำมาจมูกมาเข้ากับหน้าและประทับใจครับ ถ้าสนใจพี่หมอแนะนำให้ไปแก้ที่นี่ดีกว่า ผมเลยตัดสินใจเข้าไปปรึกษากับที่นี่ครับ



จมูกก่อนแก้ที่ Masterpice Clinic ครับ เห็นเงาวาวๆ ที่จมูกไหมครับ ผมกลัวว่าจมูกจะทะลุมากเลยครับ

ปรึกษาที่ Masterpiece Clinic ครั้งแรก

ผมเข้าออกประเทศไทยบ่อยมาก เพราะงานของผมเป็นการแต่งหน้า ครั้งแรกที่มา Masterpiece Clinic พี่หมอที่ผมรู้จักพามาด้วย ความรู้สึกแรกของผม ประทับใจที่เดินทางสะดวก Clinic อยู่แถวสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง Siam Paragon, Siam Center และ MBK ส่วนใหญ่ที่ผมมาทำงานในประเทศไทย ก็มาที่ Siam Paragon บ่อยๆ ทำให้ผมรู้สึกสบายใจมากกว่าหากต้องไปทำที่อื่น ที่ผมไม่คุ้นเคย บรรยากาศของที่นี่ตกแต่งได้ดี ดูโล่งโปร่งสบายตา ทั้งๆ ที่สถานที่ไม่ใหญ่มาก แต่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดครับ
ที่นี่พนักงานมาสอบถามก่อนว่าความต้องการผมคืออะไร มีให้ลงประวัติส่วนตัว และประวัติการทำศัลยกรรมของผมไว้เพื่อให้หมอของที่นี่ประเมินได้อย่างถูกต้อง ผมคุยกับพนักงานว่าอยากแก้จมูก เพราะก่อนหน้านี้ผมพลาดฉีดซิลิโคนเหลวที่จมูกไป แล้วก็แก้จมูกใหม่เป็นจมูกซิลิโคน แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จึงอยากแก้ใหม่ครับ แล้วก็ผมอยากให้ใบหน้าดูมีมิติ ดูเต็มกว่านี้ พอจะมีศัลยกรรมอะไรแนะนำบางไหม อย่างฉีดซิลิโคนเหลว หรือ Filler ผมไม่ขอทำเพราะยังเข็ดตอนที่ฉีดเสริมจมูกอยู่ พนักงานเลยให้ผมเข้าพบกับคุณหมอเบนซ์ โฆษิต เอี้ยวฉาย พนักงานบอกว่าเป็นคุณหมอที่เก่งเรื่องเสริมจมูกและปรับรูปหน้ามาก



คุณหมออธิบายเรื่อง Nose Reconstruction ให้ผมฟัง

วิธีนี้เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างจมูกโดยการ Open ไม่ใช่แค่การผ่าตัดเปิดจมูกแต่คือการเปิดจมูกเข้าไปเพื่อแก้ไขส่วนที่เสียหายหรือเปลี่ยนโครงสร้างตามที่ต้องการ เช่น ถ้าเป็นคนที่มีจมูกที่สั้น, ดูแหมบ, และจมูกดูกว้าง คุณหมอบอกว่าเสริมซิลิโคนไปก็ไม่ช่วยอะไร ทำออกมาจมูกยิ่งใหญ่ยิ่งเชิดกว่าเดิม แค่มีแท่งซิลิโคนมาแปะเพิ่ม จมูกก็ไม่ได้ดูเล็กลง และไม่ได้ยาวขึ้นแถมดูเป็นแท่งๆ ด้วย แต่หากแก้ด้วยวิธี Nose Reconstruction ของคุณหมอจะสามารถปรับลดฐานกระดูกจมูกทั้งสองข้างให้แคบลงให้ดูได้สัดส่วน เสริมสันจมูกด้วย Gore-Tex ซึ่งเป็นวัสดุที่แพทย์ใช้ในการทำหลอดเลือดเทียม ซึ่งดีกว่าการเสริมซิลิโคนตรงที่ไม่กระตุ้นร่างกายให้สร้างพังผืดและไม่มีหินปูนมาเกาะในอนาคต มีการยืดปลายจมูกให้พุ่งยาวด้วยกระดูกอ่อนกลางจมูก ร่วมกับการเลาะพังพืดออกจนหมด นำซิลิโคนเหลวออกให้เยอะที่สุดและให้จมูกช้ำน้อยที่สุด วิธีนี้จะช่วยให้จมูกของผมเล็กลงเรียวรับกับสันจมูกที่สโลปสวย ที่สำคัญจมูกไม่ทะลุแน่นอน เพราะไม่มีการใช้ซิลิโคนเลย ซึ่งแตกต่างจากการ Open แล้วใช้แค่ซิลิโคน



คุณหมออกแบบจมูกให้ผมด้วยเครื่อง Vectra 3D

คุณหมอใช้เครื่องมือ Vectra 3D สแกนใบหน้าของผม แบบ 360 องศา และคุณหมอตกแต่งให้ดูได้เลยว่า หลังแก้จมูกจะออกมาเป็นทรงแบบไหน ใช่ที่ผมต้องการหรือไม่ ทำให้ผมเห็นภาพและเข้าใจมากยิ่งขึ้นครับ
นอกจากการทำให้จมูกสวยได้รูปแล้ว คุณหมอบอกว่าใบหน้าของผม ควรปรับรูปหน้าโดยการใช้ไขมันจากตัวผมเองมาเติมที่ใบหน้า เพื่อแก้ปัญหาหน้าไม่เต็มอิ่ม หน้าดูแข็ง และโทรม ให้ดูดีขึ้นได้ คุณหมอแนะนำให้ฉีดไขมันตัวเองที่ ขมับ และร่องแก้ม จะช่วยให้หน้าดูมีมิติและดูเด็กรับกับจมูกใหม่ที่ดูสโลปและเรียวโด่งครับ



หลังปรึกษาพี่หมอก็มาถ่ายรูปให้ผมเก็บไว้เป็นที่ระลึกครับ

หลังจากที่ปรึกษาเสร็จ ผมตัดสินใจทำกับที่นี่เลยครับ ส่วนหนึ่งชอบที่สถานที่ดูสะอาด ได้มาตรฐานด้วย และอีกส่วนหนึ่งผมชอบที่คุณหมอเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการและอธิบายเรื่องที่ต้องแก้ไขได้เข้าใจและละเอียดดี พอผมตัดสินใจได้แล้ว ผมต้องตรวจเลือดเพื่อความปลอดภัยในการผ่าตัดว่าค่าเลือดผมปกติพอที่จะผ่าตัดได้ ถ้าคนที่เป็นโรคเลือดจาง อาจทำให้ผ่าตัดไม่ได้ครับ จากนั้น Confirm วันที่เข้าผ่าตัดและราคาที่ต้องจ่าย Clinic จะให้ใบนัดเวลาและวันผ่าตัดมาพร้อมบอกว่าผมควรดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง และย้ำเรื่องการงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด 8 ชั่วโมง เพราะมีการวางยาสลบก่อนผ่าตัดครับ
ได้เวลาแก้จมูกและเติมไขมันที่ใบหน้า
หลังจากที่ผมเข้าไปปรึกษาที่คลินิก ประมาณ 3 วัน ก็มีโทรศัพท์แจ้งเรื่องผลตรวจเลือดว่าผลเลือดของผมปกติ สามารถผ่าตัดได้ และย้ำเรื่องการดูแลตัวเองก่อนผ่าตัดอีกครั้งครับ จนถึงวันที่ผ่าตัดผมไป Clinic ตั้งแต่เช้าประมาณ 8.00 น. มีพนักงานมารอผมก่อนหน้านี้แล้ว พอเข้าไปพนักงานให้ผมเซ็นใบยินยอมก่อนทำศัลยกรรม และให้ผมชำระเงินส่วนเหลือ แล้วจึงนำยามาให้มีคุณพยาบาลแนะนำเรื่องการดูแลและการกินยาหลังการผ่าตัด จากนั้นผมก็ต้องไปเปลี่ยนชุดที่ Clinic ให้มา มีผ้าคลุมหัว ชุดคลุม และกางเกงใน อย่างละ 1 ชุด เปลี่ยนชุดเสร็จผมต้องไปล้างหน้า พนักงานพาผมมาที่ห้องผ่าตัดและกลับออกไป



เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ก็เตรียมเข้าห้องผ่าตัดครับ ตื่นเต้นมาก แต่ไว้ใจฝีมือคุณหมอครับ

คุณหมอเบนซ์เข้ามาคุยกับผม อธิบายว่าจะทำการเติมไขมันที่ใบหน้าก่อน ถึงจะแก้จมูก พอฟังเสร็จก็ขึ้นไปนอนบนเตียงครับ แล้วคุณหมอก็แจ้งว่าจะฉีดยาด้วยเทคนิค Painless วิธีนี้ จะทำให้ผมไม่กลัวและไม่เจ็บครับ แต่พอหมอฉีดเสร็จผมก็รู้สึกมึนแล้วก็หลับไป ตื่นมาอีกครั้งคือคุณหมอเติมไขมันให้เสร็จแล้ว แล้วมีคุณหมออีกท่านหนึ่ง แนะนำตัวว่าเป็นวิสัญญีแพทย์(เป็นวิสัญญีแพทย์ของทางคลินิกโดยตรงครับ) มาถามประวัติผม แล้วก็ให้ผมนอนที่เตียงจากนั้นคุณหมอบอกว่าจะให้ยาสลบแล้วนะคะ ผมก็นอนมองเพดานไป แล้วก็รู้สึกวูบไปเลยครับ
หลังจากที่ผมได้แก้จมูกและเติมไขมันที่ใบหน้า
ตื่นขึ้นมาคุณหมอที่เป็นวิสัญญีก็เรียกชื่อผมอยู่หลายครั้งจนผมตื่น ความรู้สึกแรกคือมึนครับ เหมือนหลับไม่เต็มอิ่มแล้วโดนปลุก ตอนนั้นมึนงงมาก แต่จำได้ว่าพยาบาลช่วยพาผมไปนอนพักอีกห้องหนึ่ง จากนั้นผมก็หลับไปอีก ตื่นจริงๆ คือตอนประมาณ 16.00 น. ตื่นมาพร้อมเสียงท้องที่ดังโครมครามอยู่ในตัวผม คุณพยาบาลเห็นผมตื่นก็ออกจากห้องแล้วเอาข้าวต้มหมูมาให้ผมกิน พร้อมน้ำแดง หลังกินเสร็จผมก็รู้สึกดีขึ้น ก็เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับ พนักงานก็เรียก Taxi ไว้ให้ผม พร้อมมาส่งผมที่ Taxi พี่หมอก็กลับมาด้วยกับผมครับ ส่งผมเข้าที่พักแล้วก็กลับ



หลังทำเสร็จใหม่ๆ เลยครับ ได้โทรศัพท์ปุ๊บก็ถ่ายรูปปั๊ป เลยครับ

กลับมาที่พักผมก็นอน การนอนผมจะนอนเป็นกึ่งนั่งกึ่งนอนคือไม่นอนราบครับ แต่จะเอาหัวพิงพนัง แล้วใช้หมอนที่เป็นรูปตัวยูรองคอไปครับ



หมอนที่ผมใช้รองคอนอนครับ เป็นรูปตัวอยู่ ล็อคคอไม่ให้นอนตะแคงได้ดีครับ



วันที่ 1 หัวบวม หน้าบวม จมูกบวม แต่ยังไม่มีรอยช้ำ

วันที่ 1 ตื่นมาตอนเช้า รู้สึกปวดคอและหูตอนกลางคืนผมนอนหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืนวันนี้ผมเลือกกินอะไรที่กินง่ายๆ อย่างโจ๊ก แล้วก็ทานยา เสร็จแล้วผมต้องไป Clinic เพื่อฉีดยาแก้อักเสบ ฉีดเพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ฉีดยาเสร็จก็ไปหาเพื่อนที่อยู่แถวสยาม วันนั้นใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ แต่ไม่โลดโผน กลับมาที่พักล้างแผลตามที่พยาบาลแนะนำ แล้วนอนครับ



วันที่ 2 หน้ายังบวมอยู่ แต่หายใจได้ดีขึ้น

วันที่ 2 วันนี้รู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อวาน หูเริ่มเจ็บน้อยลง แผลที่เติมไขมันเริ่มแห้งแล้ว วันนี้ผมยังกินโจ๊กเหมือนเดิม ทานยาเสร็จก็ไป Clinic เพื่อฉีดยาแก้อักเสบอีกครั้ง คุณพยาบาลบอกว่าเข้ามาฉีดอีก 2 วันก็จบ วันนี้ตอนล้างแผลพยาบาลเอาผ้าก็อซที่อยู่ในรูจมูกออกให้ รู้สึกโล่งขึ้นเยอะ หายใจทางจมูกได้แล้ว แต่ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ เหมือนยังไม่ชินกับจมูกใหม่



วันที่ 3 เริ่มมีรอยช้ำนิดๆ แต่เจ็บที่หูน้อยลง

วันที่ 3 ตื่นมาเช้านี้การหายใจสะดวกขึ้น ฉีดยาแก้อักเสบวันนี้ พยาบาลทักว่าแผลที่ฉีดไขมันไปใกล้หายแล้วอีก 2-3 วัน น่าจะแห้งแล้ว ส่วนที่จมูกแผลดูดีขึ้น ไม่ติดเชื้อใดๆ หน้าที่บวมอยู่ก็เริ่มยุบลงไปบ้างแล้ว การหายใจและอาการเจ็บหูก็ดีขึ้น



วันที่ 4 แผลที่ฉีด Fat Transfer ตกสะเก็ดแล้ว ส่วนที่หูเจ็บแค่บางเวลา

วันที่ 4 วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ไปฉีดยาแก้อักเสบที่ Clinic อาการเจ็บหูลดลงมาก จนเจ็บแค่เป็นบางเวลา แผลจากการฉีดไขมันตัวเองเป็นสะเก็ดแห้ง และที่หน้าเริ่มมีรอยเหลืองๆ รอบดวงตา จากตอนแรกที่หน้าบวมอย่างเดียว พยาบาลแนะนำให้ประคบเย็นให้เยอะๆ เพื่อให้รอยจางลง



วันที่ 5 มีรอยช้ำมากขึ้น แต่ความบวมที่หน้าลดลงเยอะแล้วครับ

วันที่ 5 วันนี้ตื่นขึ้นมาแล้วสังเกตว่าตาผมที่รอยช้ำเพิ่มขึ้นมา ผมเริ่มประคบเย็นบ่อยขึ้นจากวันละครั้ง ผมเพิ่มเป็นวันละ 3 ครั้งแทน ที่หน้าผากอาการบวมลดลงเยอะแล้ว แต่ก็ยังดูบวมอยู่ ที่โหนกแก้มและร่องแก้ม ไม่ค่อยบวมครับ หน้าดูเต็มดี



วันที่ 6 ไปถอดเฝือกและตัดไหม คุณหมอบอกว่าจมูกยังบวมอยู่ให้รอให้หายบวมจะดูเข้าที่มากขึ้น

วันที่ 6 วันนี้ Clinic ให้เข้าไปตัดไหมและถอดเฝือก ผมเข้าไปพบคุณหมอ คุณหมอเบนซ์ก็เช็คจมูกว่าตรงหรือไม่ ดูรูจมูกว่าแผลแห้งหรือยัง ดูที่หน้าบริเวณที่เติมไขมันไปว่าเป็นไง มีอาการติดเชื้อหรือไม่ ของผมหลังจากเช็คเสร็จปกติดีทุกอย่าง และนัดให้ผมมาเจอคุณหมออีกทีหลังจากนี้ 1 เดือน



อาทิตย์ที่ 1 หน้ายังเหลืองอยู่ แต่บวมน้อยลง และไม่เจ็บแล้วครับ

อาทิตย์ที่ 1 หน้าเหลืองมากขึ้น แต่รอยช้ำเริ่มจางลง วันนี้จากที่สังเกตจมูกยังบวมอยู่ เหมือนลูกชมพู่ ดูไม่ค่อยออกว่าเล็กลงบ้างไหม แต่ด้านข้างจะชัดเจนกว่าว่าปลายจมูกพุ่งและยาวขึ้น ตอนนี้ผมยังไม่กล้าแกะเอาที่อุดหูออก เพราะเวลาไปจับยังเจ็บอยู่ พยาบาลเคยบอกตอนตัดไหมว่าถ้าโอเคเมื่อไหร่ก็ค่อยเอาออก



อาทิตย์ที่ 2ยังมีรอยเหลืองอยู่แต่จมูกยุบลงเยอะ

อาทิตย์ที่ 2 หน้าเหลืองน้อยลงกว่าตอนอาทิตย์ที่ 1 ค่อนข้างมาก แต่ยังมีรอยเหลืองอยู่ จากที่สังเกตรู้สึกว่าจมูกเล็กลง แต่ปลายยังบวมและแดงอยู่ ตอนนี้ผมยังไม่กล้าจับจมูกมาก ทำได้แค่แตะๆ เพราะคิดว่าจมูกน่าจะ Sensitive ตอนนอนผมนอนไม่สูงเท่าตอนแรกแล้ว แต่ยังใช้หมอนรองคอไม่ให้นอนตะแคงอยู่ หน้าที่ฉีดไขมันมาเริ่มเข้าที่ดีแล้ว ตอนนี้เริ่มรู้สึก Happy มากขึ้น 90%



ครบ 1 เดือน จมูกสโลปปลายพุ่งดีมากครับ

ครบ 1 เดือนผมต้องไปคลินิกอีกครั้งตามที่คุณหมอนัดไว้ รอยช้ำหายไปหมดแล้ว จมูกดูเรียวขึ้นแบบเห็นได้ชัด หน้าดูเต็มอิ่ม ใจผมตอนนี้ชอบมากครับ ทุกอย่างดูลงตัว แผลที่หูยังมองไม่เห็นเลยครับ หลังจากถ่ายรูปเสร็จแล้ว ก็เข้าไปคุยกับคุณหมอเหมือนเดิม คุณหมอถามคำถามเหมือนเดิมว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ตอนนี้มีอาการปวดหรือไม่ และเช็คจมูกผมว่าตรงหรือไม่ เบี้ยวหรือเปล่า ซึ่งโดยรวมสำหรับผมปกติดีครับ คุณหมอบอกว่าจมูกผมจะเข้าที่จริงๆ ตอนช่วง 3-6 เดือน ขอให้ผมใจเย็น



ครบ 1 เดือน ไปงานบุญ ขอทำบุญหน่อย ขอให้จมูกอยู่ยงแข็งแรงด้วยนะครับ



1 เดือนครึ่ง หน้าเต็มจมูกสวย ได้ดั่งใจมากเลยครับ



1 เดือนครึ่ง ไปเที่ยวใส่แว่นได้แล้วครับ อวดจมูกสวยๆ หน้าเต็มๆ ได้แบบมั่นใจครับ

ผลลัพธ์ที่ได้สำหรับผม ผมรู้สึกดีมาก มั่นใจเต็มร้อยครับ มีหลายคนที่ทักว่าหน้าดูเด็กลง ดูสดชื่นมากขึ้น ดูไม่โทรมเหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ ก็ดีใจที่มีคนเห็นความแตกต่างในครั้งนี้ ผมอาจจะเขียนเยอะไปหน่อย แต่อยากให้เพื่อนๆ พี่ๆ เข้าใจการศัลยกรรมแบบละเอียดนะครับ ผมยอมรับว่าที่ตัดสินใจเลือก Masterpiece Clinic ในตอนแรกเพราะพี่หมอที่ผมรู้จักแนะนำมา แต่พอได้เข้าไปสัมผัสจริงๆ ก็รู้สึกประทับใจหลายๆจุด ทั้งการให้บริการก่อนการทำศัลยกรรมและหลังทำศัลยกรรมครับ และที่สำคัญคือคุณหมอเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการ และทำออกมาได้อย่างที่คิดไว้เลยครับ สุดท้ายขอฝาก ใครที่เลือกที่จะทำจมูก เลือกคุณหมอ ดูประวัติและศึกษาเยอะๆ ครับ จะได้มั่นใจ เสียเวลา เจ็บตัว ครั้งเดียวดีกว่า สบายใจไม่ต้องแก้จมูกหลายๆ รอบแบบผม ขอบใจคุณหมอเบนซ์และมาสเตอร์พีซ คลินิกที่ทำให้ผมได้มีจมูกใหม่ที่ถูกใจแบบนี้นะครับ ขอบใจทุกคนที่เข้ามาอ่านนะครับ ถ้ามีข้อสงสัยถามผมได้เลยนะครับผมเต็มใจตอบทุกคำถามที่ผมรู้ครับ


 
แสดงความคิดเห็น
กรุณาล๊อกอินเข้าระบบสมาชิกก่อนค่ะ
ชื่อ ::
E-mail ::
รูป :: ( เฉพาะสมาชิก )
รูปภาพ / วิดีโอ :: ใส่ลิงค์รูปภาพ ใส่วิดีโอ
ไอคอน ::
ข้อความ ::
รหัส :
 
 
 






EMBEDED CODE
 
 
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อแสดงความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ