หมวด ผู้หญิง » กระทู้ที่ 564672
อะไรนะ! ผ่านไปแค่10วันตาสองชั้นก็เป๊ะแล้ววว

ดูข้อมูลคนนี้ ส่งข้อความ
pookkerpook

05/09/2017
18:58:03
184.82.232.64




สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราตั้งใจจะมาแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการทำตาสองชั้น รวมทั้งบทเรียนราคาแพงที่ผ่านมา หวังว่าจะเป็นข้อคิดให้ทุกคนก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมนะคะ คนอยากสวยไม่อยากหน้าพังต้องอ่านน้าาา.
เราชื่อปุ๊กกี้นะคะ ขอเรียกแทนตัวเองว่ากี้ละกัน กี้ทำงานเป็นพิธีกรอิสระค่ะ งานที่ทำจะเป็นพวกพิธีกรอีเว้นท์ โปรโมทสินค้า กิจกรรมต่างๆ แน่นอนว่าในงานจะต้องมีช่างภาพคอยเก็บบรรยากาศหรือถ่ายคลิปวิดิโอเก็บไว้ แล้วกี้ทำหน้าที่เป็นพิธีกร แน่นอนว่ามันจะต้องมีรูปกี้ออกมาด้วย เวลาโดนแอบถ่ายไกลๆก็ยังดูดีบ้าง แต่พอถ่ายหน้าใกล้ๆจะสังเกตได้ว่าตากี้ไม่เท่ากันค่ะ





ตอนถ่ายไกลๆยังโอเค แต่พอมองใกล้ๆจะเห็นชัดเลยว่าชั้นตากี้ไม่เท่ากันค่ะ

ก่อนหน้านี้มีพี่ๆช่างแต่งหน้าหลายคนทักว่า กี้เป็นคนแต่งหน้ายากนะ เพราะกี้มีตาสองชั้นแบบหลบในและหางตาตก เวลาแต่งหน้าเขาต้องใช้เวลานานในการพยายามกรีดตาให้เท่าๆกัน ถ้ากรีดหนาไปก็ดูไม่สวย ไม่เป็นธรรมชาติค่ะ



กี้เป็นคนตาเล็กมาก เวลาติดขนตา ตายิ่งเล็กลงไปอีก


เวลาไม่แต่งตาจะเห็นหางตาตกลงมาเยอะมากค่ะ

พอกี้โตขึ้นกี้ก็รับงานเยอะขึ้น กี้เลยมีความคิดอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้นและกี้อยากลดเวลาแต่งหน้าให้เร็วขึ้นด้วย แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่กี้อายุยี่สิบปลายๆ ตอนนั้นมีงานพิธีกรเข้าเยอะมากๆ งานวันต่อวันเลยค่ะ กี้เลยไม่มีเวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมตา แต่กี้เคยได้ยินมาว่าการฉีดฟิลเลอร์จะช่วยให้ใบหน้าเต่งตึงและดูเด็กลงด้วย กี้เลยไปถามเพื่อนๆว่าใครพอจะรู้จักคลินิกฉีดฟิลเฟอร์ที่ราคาไม่แพงให้ได้บ้าง แล้วก็มีเพื่อนคนนึงแนะนำให้กี้ลองโทรนัดหมอมาฉีดฟิลเลอร์ให้ที่คอนโดสิ กี้จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งรอคิวที่คลินิกแถมยังราคาถูกกว่ากันตั้งครึ่งนึง กี้เลยลองโทรไปตามเบอร์ที่เพื่อนให้มา ตอนนั้นกี้ตัดสินใจเร็วมากเพราะเชื่อใจเพื่อนด้วยและกี้ไม่อยากเสียเวลาไปคลินิกด้วยเพราะกลัวจะเสียเวลางาน
ครั้งแรกที่ฉีดฟิลเลอร์ กี้บอกหมอว่าฉีดทั่วหน้าแต่ขอเน้นที่หางตาเยอะๆหน่อย กี้อยากให้หางตาหายตก หมอก็ฉีดให้ตามคำขอ หน้ากี้ตึงขึ้นและหางตาดูตกน้อยลงจริงๆค่ะ แต่กี้โชคดีแค่ครั้งแรกเท่านั้นค่ะ เพราะช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมากี้ไปฉีดครั้งที่ 2 แล้วครั้งนี้หางตากี้ตกเยอะขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้นเฟลมากค่ะ เครียดว่าตาจะเป็นอะไรมั้ย กลัวหน้าพัง แล้วถ้าพังต้องจ่ายเงินค่ารักษาเยอะกว่าค่าหมอกระเป๋าที่เสียไปแน่ๆ




ช่วงนี้หางตาตกมาก เลยทำให้ถ่ายรูปออกมาแล้วตาเล็กเหลือนิดเดียว

กี้เลยตัดสินใจด้วยตัวเองไม่เชื่อใครทั้งนั้น เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมตาที่จะแก้ปัญหาตาไม่เท่ากันกับเรื่องหางตาตกของกี้ได้ กี้เลยหารีวิวของหลายๆคลินิกดูค่ะ แต่สะดุดตากับที่นึงที่แตกต่างจากคลินิกอื่นคือที่มาสเตอร์พีซคลินิก ที่นี่มีคนรีวิวไว้ค่อนข้างเยอะพอสมควร แล้วตาสองชั้นออกมาไม่หนา ไม่บางเกินเลยทำให้ดูเป็นธรรมชาติ อ่านไปอ่านมาเจอรีวิวนึงบอกว่าสามารถไลน์ไปนัดคิวขอคำปรึกษาจากคุณหมอได้ฟรี แล้วเราค่อยตัดสินใจก็ได้ว่าจะทำกับที่นี่รึเปล่า ของฟรีใครจะไม่ชอบล่ะคะ 555 กี้เลยไลน์ไปที่คลินิกแต่ตอนนั้นประมาณ 4-5 ทุ่มแล้ว กี้คิดว่าไม่น่าจะมีคนตอบ แอดมินคงหลับหมดแล้ว ผ่านไปแป๊บนึงมีคนตอบกลับมาเฉยเลยค่ะ ดึกๆดื่นๆนึกว่าผี 5555 ที่แปลกใจคือตอบไวเหมือนตอนกลางวันเลยค่ะ



ไลน์ของคลินิกหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ ตอนแรกกี้จะแคปข้อความที่คุยกับแอดมินมาให้ดู เพราะเขาให้คำแนะนำกี้ได้ดีเลยค่ะ แต่เมื่อคืนกี้อัพเดทไลน์ใหม่แชทเลยหายหมดเลยค่ะ TT
กี้ได้คิวปรึกษาคุณหมอที่คลินิกวันที่ 20 กรกฎาค่ะ กี้พึ่งเคยไปคลินิกนี้ครั้งแรกแต่ก็หาไม่ยากค่ะ ใครเคยไปแถวสยามน่าจะเคยเห็นป้ายคลินิกผ่านตาอยู่บ่อยๆ พอเข้าไปข้างในคลินิกบรรยากาศเป็นกันเองดีค่ะ เขาจะตกแต่งด้วยสีเขียวๆมิ้นท์ๆน่ารักดีค่ะ พนักงานก็ยิ้มแย้มแจ่มใสและให้ข้อมูลดีมาก


ถ่ายรูปเช็คอินระหว่างรอพบคุณหมอค่ะ เพื่อนๆแอบตื่นเต้นรอกี้มารีวิวกันใหญ่เลยค่ะ 555

นั่งถ่ายรูปเล่นสักพักก็มีน้องพนักงานมาเรียกว่าได้คิวพบคุณหมอหนูค่ะ ตอนเข้าห้องไปคุณหมอได้สอบถามปัญหาของกี้ กี้บอกว่ากี้เป็นคนมีตาสองชั้นหลบใน ตาไม่เท่ากันและหางตาตกด้วย กี้ไม่แน่ใจว่ามันเป็นมานานแล้วหรือเพราะกี้ฉีดฟิลเลอร์กับหมอกระเป๋า คุณหมอหนูค่อยๆอธิบายให้กี้เข้าใจแบบใจเย็นมากๆ ไม่ดุเลยค่ะ ซึ่งคุณหมอแนะนำว่าให้กี้ทำตาสองชั้นแบบเปิดหัวตา หางตา เพราะตากี้ค่อนข้างเล็ก การเปิดหัวตา หางตาพร้อมกรีดตาจะช่วยให้ตาเล็กๆตี่ๆดูกลมโตขึ้น และสวยเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ส่วนใต้ตาคุณหมอคงเห็นปัญหาถุงใต้ตาของกี้ คุณหมอหนูเลยแนะนำว่าถ้าเราต้องการให้ใบหน้าดูสวยดูดีขึ้น สามารถผ่าตัดจัดเจียงไขมันใต้ตาเพิ่มได้ ตอนแรกกี้ก็งงเพราะไม่เคยได้ยินค่ะ เคยรู้จักแต่ตัดถุงไขมันใต้ตาสำหรับคนถุงใต้ตาเยอะ คุณหมออธิบายว่าเทคนิคนี้คือ การจัดเรียงไขมันใต้ตาเพื่อให้ถุงใต้ตาและริ้วรอยเล็กๆใต้ตาของกี้ดูดีขึ้นค่ะ ข้อดีก็คือ ไขมันของเรายังคงสภาพเดิม ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ยุบตัวเพราะไขมันตายค่ะ กี้สตั๊นท์ไปแป๊ปนึงเลยค่ะ 5555 เพราะไม่คิดว่าการจะได้ตาสวยๆเนี่ยมันต้องหลายเสต็ปขนาดนี้เลยหรอ นึกว่าทำแค่ตาสองชั้นอย่างเดียว และการจัดเรียงไขมันใต้ตา จะช่วยให้หางตาของกี้หายตกแล้วทำให้เห็นชั้นตาชัดขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้นค่ะ หลังจากกี้ปรึกษาคุณหมอเสร็จ กี้ก็คลายความกังวลไปได้เยอะเลยค่ะ



น้ำดื่มของคลินิกค่ะ กินหมดตั้งแต่ตอนนั่งรอแล้ว แต่กี้เผลอยัดใส่กระเป๋ามาเลยถ่ายมาให้ดูค่ะ 555

อาชีพพิธีกรอย่างกี้มันต้องใช้สายตาสื่ออารมณ์ความรู้สึกเวลาพูดเพื่อให้โดนใจลูกค้า กี้เลยต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับดวงตาของกี้ จากการไปคลินิกในวันนั้นทำให้กี้รู้ว่า การจะทำอะไรควรทำกับคนที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่เพราะราคาถูกหรือกลัวเสียเวลาค่ะ แล้วที่นี่ก็มีคุณหมอเก่งๆ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีใบรับรองที่น่าเชื่อถือ ประกอบกับที่กี้เคยอ่านรีวิวในเว็บมาเยอะ กี้เลยตัดสินใจทำตาสองชั้นกับที่นี่ค่ะ กี้ไปแจ้งพนักงานแล้วเขาก็ติดต่อมาว่าได้คิวผ่าตัดตาสองชั้นวันที่ 3 สิงหา ช่วงเย็นค่ะ
กี้ว่ากี้ก็ไม่ตื่นเต้นนะคะ แต่พอถึงวันนัดกี้ไปก่อนเวลาหลายชั่วโมงเลยค่ะ 555 คือไปเดินเล่นสยาม ช้อปพวกขนตาปลอมกับอายแชโดว์มารอแต่งกับตาใหม่ค่ะ 555



มาก่อนเวลาตั้งนานไม่รู้จะทำอะไร กี้เลยวานพนักงานมาถ่ายรูปให้ค่ะ 555
พอถึงเวลาที่นัดไว้พี่พยาบาลพากี้ไปเตรียมตัวเปลี่ยนชุดก่อนไปพบคุณหมอเพื่อวาดชั้นตาให้เป็นเขาโครงก่อนผ่าตัดค่ะ คุณหมอหนูวาดแบบที่กี้บอกตอนปรึกษาว่าเอาแบบไม่หนา เพราะกี้กลัวหน้าแก่ค่ะ 555



หมอจะวาดชั้นตาแบบนี้ค่ะ ขอยืมรูปจากรีวิวก่อนๆนะคะ

ตอนผ่าตัดกี้ไม่ค่อยปวดหรือเจ็บเท่าไหร่ค่ะ คุณหมอหนูมือเบาสมคำร่ำลือจริงๆ หลังทำเสร็จคุณหมอแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังทำค่อนข้างละเอียดเลยค่ะ พี่พยาบาลก็ให้กี้มานอนพักเพื่อประคบเย็นที่ตาสักพัก แล้วกี้ก็กลับบ้านได้ค่ะ พอถึงบ้านตกใจมากค่ะเพราะกี้เคยเห็นในรีวิวบอกว่าไม่บวมไม่ช้ำ แต่ตากี้บวมมาก เป็นรอยช้ำๆด้วยค่ะ แอบเครียดแต่กี้ก็พยายามนึกถึงที่หมอหนูบอกว่าอาการบวมหรือช้ำของแต่ละคนไม่เท่ากันค่ะ แล้วกี้ก็เป็นคนช้ำง่ายมาก ช่วงอาทิตย์แรกอาจมีอาการบวมๆ ปวดๆที่ตาบ้าง เวลาปวดๆก็กินยาแก้ปวดกับยาแก้อักเสบจะลดอาการปวดได้ค่ะ


*รูปอาจจะน่ากลัวนิดนึงนะคะ*








พอครบ 7 วันกี้มีนัดตัดไหมที่คลินิกค่ะ แต่ถ้าใครไม่มีเวลาไปคลินิกบ่อยๆสามารถเลือกทำตาสองชั้นแบบไหมละลายได้ค่ะ ตอนปรึกษากี้เคยบอกหมอว่ากี้เป็นคนช้ำง่าย ชนอะไรนิดเดียวก็ขึ้นรอยช้ำแล้ว แต่วันนี้ตอนเจอกัน คุณหมอน่าจะแปลกใจเพราะตากี้บวมน้อยมากๆ รอยช้ำแทบไม่มีแล้วแผลเริ่มจางขึ้นเรื่อยๆ เวลาถ่ายรูปมาเห็นชั้นตาชัดขึ้น ทำให้แต่งหน้าง่ายกว่าแต่ก่อนเยอะเลยค่ะ



หลังทำตาสองชั้นแค่ 7 วัน ตาเริ่มสวยเข้าที่แล้วค่ะ



ตอนนี้ตาเท่ากันแล้วค่ะ ประหยัดเวลาแต่งหน้าได้เยอะเลย



วันที่ 10 ตาใกล้หายดีแล้ว ตาโตแบ๊วเป็นสาวเกาหลีเลยค่ะ

ใครเป็นคนช้ำง่ายแบบกี้ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เพราะนี่ผ่านไปแค่ 10 วันหลังทำตาสองชั้นที่มาสเตอร์พีซ ตาก็ใกล้จะหายดีแล้ว เย่ๆ ดูตากี้สิคะ ตาออกมาสวยแบ๊วๆแบบที่อยากได้เลยย กี้พอใจมากค่ะ ต้องขอบคุณคุณหมอหนูที่มือเบาจริงอะไรจริงเหมือนในรีวิวบอกยังไงยังงั้นเลยค่ะ


วันนี้กี้มาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ กี้อยากฝากข้อคิดให้ทุกคนนิดนึงว่า ในครั้งแรกกี้อาจจะโชคดีที่หน้าไม่พังจากการฉีดฟิลเลอร์กับหมอกระเป๋า แต่ทุกคนอย่าทำตามกี้นะคะ ถึงมันจะถูกว่าคลินิก แต่เรื่องความปลอดภัยกับคุณภาพมันเทียบกันไม่ได้เลยค่ะ โดยเฉพาะดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางมากๆ ดังนั้นทุกคนต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองนะคะ อยากให้หาข้อมูลดีๆก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมค่ะ หรือถ้าใครเจอกี้ตามงานอีเว้นท์ก็เข้ามาถามได้นะ กี้ไม่กัดกี้ฉีดยาแล้วว หรือใครจะลองเข้าไปปรึกษาคุณหมอแบบกี้ก็ได้ค่ะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย เสียแต่ค่าบีทีเอสกับค่าช้อปเท่านั้นเอง 555 เอาเป็นว่าถ้ากี้มีเวลาจะมาอัพเดทให้ทุกคนดูใหม่นะคะ ติดตามกันด้วยนะ อันยองง ^_^

เราสวย อิอิ
 
แสดงความคิดเห็น
กรุณาล๊อกอินเข้าระบบสมาชิกก่อนค่ะ
ชื่อ ::
E-mail ::
รูป :: ( เฉพาะสมาชิก )
รูปภาพ / วิดีโอ :: ใส่ลิงค์รูปภาพ ใส่วิดีโอ
ไอคอน ::
ข้อความ ::
รหัส :
 
 
 






EMBEDED CODE
 
 
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อแสดงความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ