หมวด ผู้หญิง » กระทู้ที่ 594092
เทคนิคเลือก''แหวนเพชร''งามตรงใจ

ดูข้อมูลคนนี้ ส่งข้อความ
Thanitanitan

17/06/2019
23:28:21
115.87.238.9


เรียนรู้เทคนิค "การเลือก<a href="https://anantajewelry.com/love-and-wedding-engagement-solitaire-rings/" target="_blank">แหวนเพชร</a>" ให้สวยตรงความต้องการในวันสำคัญได้อย่างง่ายดายไม่ยากเหมือนอย่างที่คิด ที่ใช้เวลาเพียง 10 นาที!





เมื่อถึงวันสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นพิธีหมั้น หรืองานแต่งงาน ย่อมจะขาดสิ่งสำคัญอย่างแหวนเพชร ที่ถือเป็นเครื่องหมายสำคัญในวันแสนพิเศษนี้ไปมิได้ แต่มั่นใจว่า หลายๆคนคงจะสงสัยไม่ใช้น้อยว่า "ขั้นตอนการเลือกแหวนเพชร" ให้คุ้มและตรงความต้องการที่สุดนั้นควรจะเป็นยังไง?




วันนี้ เราจะพาไปไขข้อข้องใจ พร้อมวิธีการเลือกซื้อ "แหวนเพชร" ได้อย่างง่ายดาย


ระบุ Budget แหวนเพชรในใจ


เป็นสิ่งที่พวกเราควรจะทำเป็นอันดับแรก เพื่อไม่ให้งบประมาณเกินเลยไปไกลกว่าที่คิด การจัดสรรงบประมาณสำหรับเลือกซื้อเครื่องเพชรนั้น จะต้องมีสัดส่วนอยู่ที่ แหวน 50% สร้อยคอ 30% ต่างหูแล้วก็สร้อยข้อมือหรือกำไล อีก 20%

คัดเลือก "แหวนเพชร" ให้ตรงใจที่สุด
เมื่อพวกเรามีงบประมาณในใจแล้ว ถัดมาคือการเลือกแหวนเพชรให้ตรงความต้องการที่สุด ซึ่งเพชรมีพื้นฐานอยู่ 4 ประการ หรือเรียกว่า 4 Cs คือ Carat Weight (กะรัต) Cut (การเจียระไน) Color (สี) และก็ Clarity (ความสะอาด)



"กะรัต (CARAT)" คือหน่วยที่ใช้ชั่งน้ำหนักของเพชรและอัญมณีต่างๆหรือภาษาง่ายๆก็คือ การเลือกขนาดของเม็ดเพชรนั่นเอง ซึ่งกะรัตจะใช้คำย่อว่า "ct" โดยใน 1 กะรัตจะแบ่งหน่วยย่อยออกเป็น 100 หน่วยเรียกว่า Point หรือที่รู้จักกันว่า "ตัง" เป็นต้นว่า เพชรขนาด 0.50 ct จะเรียกว่า 50 Point หรือ 50 ตัง ดังนั้น เพชรที่มีน้ำหนักเท่ากัน อาจจะมีราคาที่ต่างกันได้ ซึ่ง "ขนาดของเม็ดเพชร" ก็จะมีผลต่อราคาเยอะที่สุด ยิ่งเพชรเม็ดใหญ่ขึ้นมากมากแค่ไหน ราคาก็สูงขึ้นตามไปด้วย
"การเจียระไน (cut)" รูปทรงของเพชรได้มาจากการเจียระไนอีกเช่นกัน "เพชรจะส่องประกายได้สวยแค่ไหนขึ้นอยู่กับการเจียระไน" ต่อให้เป็นเพชรคุณภาพดี แต่หากได้รับการเจียระไนที่ผิดสัดส่วน จะไม่มีประกาย แต่ถ้ายิ่งเจียระไนรูปทรงของ แหวนเพชร ดีมากแค่ไหน ก็จะยิ่งทำให้สะท้อนแสงแวววามได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งการดู "สัดส่วนของเพชร" นั้นพวกเราไม่สามารถมองได้ด้วยตาเปล่า แต่ว่าให้มองจากใบรับรองที่ได้มาตราฐาน (Certificate) โดยให้ดูจาก 3 ส่วน ดังนี้ 1.Cut Grade: Excellent 2.lish: Excellent และก็ 3.Symmetry: Excellent อีกทั้งสามอย่างนี้เกรดที่ได้ต้อง 3 Excellent เพียงเท่านั้นนั่นหมายถึงเพชรที่เจียระไนได้บริบูรณ์
"สี,น้ำ (Color)" โดยปกติพวกเราชอบพบเพชรที่มีลักษณะเป็นสีขาวหรือไร้สี การลำดับสีของเพชรนั้นเริ่มจากไร้สีไปจนถึงปนเหลือง โดยสีของเพชรจะถูกจัดแบ่งเริ่มตั้งแต่เพชรที่ใส ไม่มีสี(Colorless) ,จนถึงเริ่มมีสีนวลขึ้นในระดับที่สายตาเริ่มพินิจได้(Near Colorless) ,สีเหลืองจาง (Yellow Tinge) และเป็นสีเหลืองอ่อน(Light Yellow) และก็แม้ใช้มาตรฐานของ GIA จะสามารถแบ่งระดับสีหรือที่นิยมเรียกกันว่า "น้ำ"โดยใช้อักษรตั้งแต่ D เท่ากันกับน้ำ 100 ต่อมาเป็น E ซึ่งเท่ากันกับน้ำ 99 และ F พอๆกับน้ำ 98 ไล่ลำดับจนกระทั่ง Z ซึ่งจะสีออกเหลืองไปเลย
"ความสะอาด (Clarity)" ซึ่งก็คือรอยตำหนิที่เกิดจากธรรมชาติของเพชร เพชรที่สะอาดก็คือเพชรที่มีตำหนิน้อย โดยเหตุนี้เพชรยิ่งมีตำหนิน้อยมากเท่าไร มูลค่าก็จะยิ่งสูงมากขึ้นมากเท่านั้น
เลือกทรงของแหวนเพชรให้ตรงความต้องการที่สุด
โดยการเลือก "เพชรเม็ดกลาง" ควรเลือกเพชรพรีเมี่ยม โดยขนาดของเพชรเม็ดกึ่งกลางที่เลือก จะช่วยทำให้เลือกแบบของแหวนได้ง่ายมากยิ่งขึ้นหลังจากนั้นพวกเราก็มาเลือกดีไซน์ตัวเรือนของแหวนเพชร ก็จะมีให้เลือกหลายแบบ แต่ละแบบสามารถทำให้แหวนเพชรมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน โดยในปัจจุบันเป็นที่ชื่นชอบ 3 แบบด้วยกันดังต่อไปนี้

"แหวนเกลี้ยงเพชรเม็ด (SOLITAIRE)" นับว่าเป็นแหวนเพชรสุดคลาสสิค เรียบหรู เป็นทรงที่ใช้ได้กับตลอดยุคทุกสมัย และสำหรับแหวนทรงนี้ส่วนใหญ่ จะนิยมเลือกหนามเตยเล็กๆเพื่อจะเพิ่มพื้นที่สำหรับการโชว์เม็ดเพชรให้เปล่งประกายได้มากขึ้น
"ฝังเพชรหรือพลอยด้านข้าง (SIDESTONES/DIAMOND BAND)" ตัวเรือนจะมีการฝังเพชรเม็ดขนาดรองเพิ่มขึ้นมาเป็นแถว ซึ่งจำนวนเพชรอาจมีตั้งแต่ข้างละ 2 เม็ดไปจนถึงรอบนิ้ว
"เพชรล้อมเม็ดกลาง (HALO)" เป็นลักษณะของเพชรเม็ดเล็กๆล้อมเพชรเม็ดกลางของแหวน ซึ่งจะทำให้เพชรเม็ดกลางแลใหญ่และก็เด่นขึ้น เหมาะกับคุณผู้หญิงที่ต้องการความพิเศษเพิ่มขึ้นจากการออกแบบแหวนเรียบๆ
4 หนามเตยจะช่วยยึดเพชรกับตัวเรือนให้เพชรดูมีขนาดใหญ่มากขึ้น และ
6 หนามเตยจะเพิ่มความแข็งแรงให้กับการยึดเพชรกับตัวเรือนมากกว่า แต่ว่าก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก เพราะว่าเพชรยอดจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก


หลังจากพวกเราเลือกการออกแบบแหวนเพชร กันได้แล้ว ต่อจากนั้นจึงมาเลือก "วัสดุที่ใช้ทำตัวแหวน" ซึ่งวัสดุที่ใช้ในการทำตัวเรือนของแหวนจะมีทั้งหมด 3 ประเภท ซึ่งจะมีทองผสมในสัดส่วนที่แตกต่างกันคร่าวๆ เป็น ทองคำขาว ? 18k ทองคำ ? 22k และก็พิงก์โกลด์ ? 18k



ข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด เป็นการเลือก "ร้านเพชรที่มีบริการหลังการขาย"
เพราะราคาของแหวนเพชรที่เราซื้อไปนั้น ใครๆก็ย่อมที่ต้องการเก็บไว้นานๆดังนั้นควรที่จะเลือกร้านที่มีบริการหลังการขาย ทั้งบริการล้าง ทำความสะอาด ไปจนถึงบริการปรับแก้ มีอุปกรณ์ครบถ้วนในการตรวจดูเพชร และ Certificate จาก GIA แล้วก็ Certificate จากทางร้าน เพราะว่าขึ้นชื่อว่า "เพชร" แล้ว... คืออัญมณีที่เลอค่าเหนือกาลเวลารวมทั้งที่สำคัญเป็นเครื่องหมายแทนความรักที่มอบให้แก่กันอย่างประมาณคุณค่ามิได้



เมื่อรู้เทคนิค "การเลือกแหวนเพชร" ให้สวยงามตรงใจในวันสำคัญได้ง่ายๆกันแล้ว ก็เข้าไปเลือกชมแหวนเพชรสวยๆให้ผู้ที่พวกเรารักกันได้ที่




Tags : แหวนเพชร,-
 
แสดงความคิดเห็น
กรุณาล๊อกอินเข้าระบบสมาชิกก่อนค่ะ
ชื่อ ::
E-mail ::
รูป :: ( เฉพาะสมาชิก )
รูปภาพ / วิดีโอ :: ใส่ลิงค์รูปภาพ ใส่วิดีโอ
ไอคอน ::
ข้อความ ::
รหัส :
 
 
 






EMBEDED CODE
 
 
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อแสดงความคิดเห็น