Toyota C-HR Hybrid รถไฮบริดประหยัดน้ำมันใหม่ล่าสุด
หมวด ยานยนตร์ » กระทู้ที่ 578018
Toyota C-HR Hybrid รถไฮบริดประหยัดน้ำมันใหม่ล่าสุด

ดูข้อมูลคนนี้ ส่งข้อความ
teerana7545

08/08/2018
15:34:59
171.6.197.184




วันนี้เรามีเรื่องดีๆ จากผู้ทดลองขับ รถยนต์ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากคือ Toyota C-HR Hybrid รถไฮบริดประหยัดน้ำมัน ที่ใครหลายคนอยากจับจองเป็นเจ้าของมาเล่าสู่กันฟัง

?ก่อนอื่นขอเล่าถึงเหตุผลของตัวเองก่อนว่าทำไมเราไม่เคยมีความคิดที่จะซื้อรถยนต์ หรืออยากจะใช้รถยนต์เลย เรื่องมันเริ่มมาจากผมใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก แต่วันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือหากติดวันหยุดยาวผมชอบที่จะไปเที่ยวต่างจังหวัด จนวันหนึ่งผมได้มาลองขับรถยนต์ Toyota C-HR Hybrid ที่เป็นรถยนต์ขนาด 5 ประตู เครื่องยนต์ 1.8 ของ Toyota นี่แหละ ผมก็ค้นพบความลับของจักรวาลว่า ขับรถไปเที่ยวมันก็ประหยัดและสนุกเหมือนกัน
สถานที่ที่เราจะไปคือเขาใหญ่ ซึ่งผมไปเขาใหญ่มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ครั้งนี้เราหนีบลิ่วล้อ เอ้ย! น้องๆ ที่ทำงานไปสนุกกับการเที่ยวเขาใหญ่ไปหาอะไรทำแบบชิคๆ คูลๆ แบบคนรุ่นใหม่วัยเท่ เพื่อรีวิวประสบการณ์การเดินทางไปเที่ยวที่ไม่ใช่ตัวคนเดียวครั้งแรก

แต่พอเริ่มสตาร์ทรถผมปล่อยไก่ไปหนึ่งเล้าถ้วนเพราะ Toyota C-HR Hybrid เงียบมาก ผมกดปุ่มสตาร์ทอัจฉริยะแล้วพบว่าแอร์เย็นแต่ทำไมไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ (เราก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก อารมณ์ในใจอุทานว่าชิบหายละ ไปกดโดนปุ่มไหนป่าววะ) ยิ่งเป็นระบบไฟฟ้าด้วยปรากฏว่าจริงๆ รถติดเครื่องตั้งนานแล้วสถานะของรถโชว์ที่หน้าปัดว่า Ready ชาติครึ่งแล้ว แต่ผมไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เลยก็งงว่าทำไมรถไม่ติดแต่แอร์เย็นวะ มาฉลาดในอีก 10 วินาทีต่อมาก็คือเครื่องยนต์ไฮบริดนั้นเสียงเงียบมาก



Toyota C-HR Hybrid เป็นรถที่เครื่องยนต์ขนาดกลางคือ 1.8 ลิตรเครื่องยนต์เดียวกับ Toyota Altis 1.8 แต่มีการเสริมระบบไฟฟ้าเข้าไปเพื่อให้รถคันนี้ประหยัดมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะอืดลงเลย ระหว่างที่เราขับขี่อยู่ไม่ได้รู้สึกเลยว่าจังหวะเร่งแซง หรือจังหวะที่ทำความเร็วจะอืดตรงไหนเลย ความคิดที่ว่ารถยนต์ HYBRID อืดนั้นแปลว่าเขาคนนั้นน่าจะไม่เคยขับแน่ๆ ยืนยันไม่อืดขับสนุกจริงจังเลย

แถมในรถคันนี้มีความบันเทิงให้เราได้ใช้ตลอดการเดินทาง โดยศูนย์รวมความบันเทิงของรถคันนี้คือจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว ที่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชั่น เครื่องเล่นเพลงทุกนามสกุลไฟล์ (มีรีโมทมาให้ด้วย)เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ผ่านบลูทูธ สามารถโทรศัพท์ได้ด้วยมีช่องต่อ USB สำหรับชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้า
มีแผนที่กันหลงด้วยระบบ T-Connect Telematics ที่พาเราไปได้ทุกที่โดยไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต และพวงมาลัยสามารถควบคุมเครื่องเล่นเพลงและสมาร์ทโฟนได้คนขับอย่างเราก็ควบคุมความเบาหรือเปลี่ยนเพลงได้เองที่พวงมาลัยซึ่งมีปุ่มควบคุมเพลงอยู่ตรงนั้นเรียบร้อย

ระบบความปลอดภัยที่ช่วยเราอุ่นใจขึ้น แต่ระบบความปลอดภัยของ Toyota C-HR Hybrid ที่ช่วยให้เราปิดจุดอ่อนตรงนี้คือ ?ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง? ซึ่งจะมีไฟสีส้มโชว์เตือนบริเวณกระจกมองข้างฝั่งที่มีรถเข้าใกล้ทุกครั้งที่มีรถมาอยู่ด้านข้างเรา มีระบบความปลอดภัยก่อนการชนระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติสัญญาณเตือนให้พักเมื่อตรวจจับพฤติกรรมว่าคนขับมีอาการง่วงที่เสี่ยงจะหลับในระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ

ซึ่งเราขับรถไปด้วยความระวังอยู่แล้วจึงไม่มีโอกาสที่จะได้ใช้ระบบความปลอดภัยเหล่านี้ อีกอย่างการไปเที่ยวกับเพื่อนเยอะแยะก็ได้ความเฮฮานี่แหละที่ทำให้เราตื่นตัวตลอดการเดินทางหลับไม่ลงจริงๆ




เท่ทั้งภายในและภายนอกเหมาะสำหรับ #คนคูล2018 ยิ่งพอเจอ Toyota C-HR Hybrid ยิ่งหวั่นไหว ด้วยรูปทรงการออกแบบเราสัมผัสได้ถึงความ ?คูล? ลุคของรถคันนี้เราคิดว่าเหมาะสมกับคนรุ่นใหม่วัยทำงาน ที่ชอบอะไรเท่ๆ คูลๆ สไตล์สปอร์ต เส้นสายการออกแบบดูล้ำๆ ไม่เป็นแท่งๆ ทื่อๆ
เราไม่แปลกใจเลยสักนิดที่ Toyota C-HR มียอดจองสิทธิ์ในไทยตอนที่เปิดตัวครั้งแรกถึง 3,000 คัน ในงาน Motor Expo 2018 เมื่อพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยมีใครได้ลองขับ แต่แค่เห็นรูปร่างทั้งภายในภายนอกก็สามารถตัดสินใจจองได้ในทันทีถือได้ว่าเป็นรถยนต์ไฮบริดอีกรุ่นของโตโยต้าที่ประสบความสำเร็จในไทยเลยทีเดียว ส่วนในตลาดโลกไม่ต้องพูดถึงขายได้ 283,000 คัน ถ้าเทียบเป็นประเทศก็ถือว่าขายดีที่สุดในญี่ปุ่น ส่วนถ้าเทียบระดับทวีปก็ขายดีติด 1 ใน 5 ของรถในยุโรปเลย



เราเคยได้ยินมาตลอดว่ารถไฮบริดนั้นประหยัดน้ำมันมากจริงๆ และ จากโฆษณาบอกว่า Toyota C-HR Hybrid ประหยัดน้ำมันมากซึ่งได้ยินตัวเลขครั้งแรกถึงกับงงว่าจริงเหรอที่สามารถทำได้ถึง 24.4 กิโลเมตรต่อลิตร ตอนที่เราเริ่มต้นขับยังไม่รู้ว่าจะสามารถทำได้ระดับไหน ก็ต้องลองขับไปก่อน ก่อนจะออกจากคอนโด เติมน้ำมัน E20 จนเต็มถัง 800 บาท (น้ำมันของเก่าค้างอยู่ 1 ส่วน 4 ของถัง) มาตรวัดขึ้นค่าเฉลี่ยแสดงผลให้เราดูว่าสามารถวิ่งได้ราวๆ 733 กิโลเมตรทั้งถัง นั่นหมายความว่าถ้าขับไปเชียงใหม่ถังเดียวน่าจะพอ (เสียดายที่เราไม่ได้ลองขี่ไปไกลขนาดนั้น ไม่งั้นคงเพลินกว่านี้)
ผมลองคำนวณค่าน้ำมันก่อนกลับกรุงเทพฯ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ลิตร/100 กิโลเมตร หรือ 20 กิโลเมตรต่อลิตร นับว่าโคตรถูกมาก เท่ากับว่าขามาเราเสียค่าน้ำมันไปแค่ 375 บาทเท่านั้น (คำนวณจากระยะทาง 300 กิโลเมตรก่อนจะกลับ และคูณด้วยราคาน้ำมันวันที่เติม)ส่วนตลอดทั้งทริประยะทางที่ใช้เดินทางอยู่ที่ 494.6 กิโลเมตร รถกินน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 19.23 กิโลเมตร/ลิตร พอเอามาคำนวณค่าน้ำมันอีกรอบ สรุปว่าเราเสียค่าน้ำมันไปเพียง 650 บาทเท่านั้นกับการใช้รถไปเกือบ 500 กิโลเมตร
แถมน้ำมันยังลดลงเกินครึ่งถังมานิดเดียว เงินเหลือมหาศาลจากที่ตั้งเป้าว่าน่าจะเสียค่าน้ำมันโหดกว่านี้ ความรู้สึกที่ผมเคยบอกไปตั้งแต่บรรทัดแรกว่าขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวสนุกกว่า ประหยัดกว่า คล่องตัวกว่านั้นก็จริง แต่ขับรถเที่ยวก็ได้ทุกความรู้สึกไม่ต่างกัน แถมยังประหยัดและสบายกว่าด้วย?
เป็นอย่างไรกันบ้าง สำหรับเรื่องที่นำมาฝากกัน ช่วยการันตีได้ว่า Toyota C-HR Hybrid เป็นรถยนต์ HYBRID ที่ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และยังเป็นรถประหยัดน้ำมันที่ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายของเราได้อีกด้วย เรียกได้วาเป็น ยนตรกรรมที่มีความล้ำสมัย เหมาะสำหรับคนยุค4.0เป็นที่สุด

ขอบคุณบทความดีๆจากคุณ Sam Ponsan สามารถไปติดตามอ่านประสบการณ์ทดลองขับ TOYOTA C-HR Hybrid ฉบับเต็มกันต่อได้ที่
https://www.mangozero.com/review-toyota-chr-hybrid-first-drive/

 
แสดงความคิดเห็น
กรุณาล๊อกอินเข้าระบบสมาชิกก่อนค่ะ
ชื่อ ::
E-mail ::
รูป :: ( เฉพาะสมาชิก )
รูปภาพ / วิดีโอ :: ใส่ลิงค์รูปภาพ ใส่วิดีโอ
ไอคอน ::
ข้อความ ::
รหัส :
 
 
 






EMBEDED CODE
 
 
กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อแสดงความคิดเห็น

  กด Like Fanpage SiamZa.Com ติดตามข่าวสาร ได้ง่ายๆครับ